arnon.work

มาตรา ๘

มาตรา ๖

ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ และควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๓ เพื่อส่งต่อให้องค์การเภสัชกรรมหรือสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ดำเนินการตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แล้วแต่กรณี โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) ที่มาของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่จะเพาะปลูก ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด หรือได้รับอนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด

(๒) สถานที่เพาะปลูก

(ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่เพาะปลูก โดยเป็นป้าย ที่ทำจากวัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่เพาะปลูกพืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควายตามพระราชกฤษฎีกานี้

(ข) จัดทำแนวเขตพื้นที่เพาะปลูกที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเห็นได้ชัด

(ค) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือแปลงเพาะปลูก ณสถานที่เพาะปลูก

(ง) ประตูทางเข้าออกพื้นที่เพาะปลูกทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกัน การเข้าถึงจากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงทางหนีไฟด้วย

(๓) การรักษาความปลอดภัย

(ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบ บันทึกความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

(ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุม การเข้าออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณี ที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมาย จากเลขาธิการ ป.ป.ส.

(ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่โดยรอบ

(ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ออกนอกพื้นที่ ก

(จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย

(ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้ง สถานีตำรวจในท้องที่ทราบโดยเร็ว

(๔) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บในที่ซึ่งมั่นคง แข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

(๕) การขนส่ง

(ก) แจ้งกำหนดการขนส่งพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายไปยังพื้นที่ตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ เป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดต้นทางและปลายทางไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่ง

(ข) จัดให้มียานพาหนะที่มีระบบป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง และการมองเห็น จากบุคคลภายนอก

(ค) จัดให้มีภาชนะบรรจุพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่มีการปิดผนึกหรือระบบนิรภัยป้องกัน มิให้มีการเข้าถึงพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในระหว่างการขนส่งได้โดยง่าย จนกระทั่งขนส่งไปถึงผู้รับ

(ง) จัดให้มีผู้รับผิดชอบควบคุมการขนส่งและรักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคน

(๖) การทำลายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ ทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายเสื่อมสภาพไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

(๗) การรายงาน

(ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย และรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก

(ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก

มาตรา ๗

ให้ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ในเขตพื้นที่ ตามมาตรา ๔ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่สกัด

(ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่สกัด โดยเป็นป้ายที่ทำจาก วัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่สกัดพืชฝิ่น ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

(ข) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือสถานที่สกัด ณ สถานที่สกัด

(ค) ประตูทางเข้าออกพื้นที่สกัดทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกันการเข้าถึง จากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึง ทางหนีไฟด้วย

(๒) การรักษาความปลอดภัย

(ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่สกัดและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบบันทึก ความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

(ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุมการเข้า ออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณีที่บุคคลภายนอก จะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจาก ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม

(ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่สกัดและพื้นที่โดยรอบ

(ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน

(จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นหรือสารสกัดจาก พืชฝิ่นออกนอกพื้นที่

(ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่และเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบโดยเร็ว

(๓) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บ ในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

(๔) ในกรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับปริมาณ สารสำคัญและสารปนเปื้อน ให้องค์การเภสัชกรรมส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการในสังกัด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(๕) การทำลายพืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นเสื่อมสภาพไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

(๖) การรายงาน

(ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นและรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

(ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

มาตรา ๘

ให้อธิการบดีของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ หรือผู้ได้รับมอบหมายจาก อธิการบดีเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๕ โดยให้นำมาตรการควบคุมและตรวจสอบการเพาะปลูกพืชเห็ดขี้ควาย ตามมาตรา ๖ และมาตรการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการสกัดสารสำคัญตามมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่การควบคุมการเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควายด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ ผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการและผู้ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ พึงระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงมิให้นิสิตหรือนักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาวิจัยดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องแจ้ง และขอความยินยอมจากผู้ปกครองของนิสิตหรือนักศึกษาด้วย กรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับ ปริมาณสารสำคัญและสารปนเปื้อนภายในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการขนส่งพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิการบดี ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ทราบก่อนการขนส่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ๙

ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการกำกับ ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินการ ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและตรวจสอบตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ และให้องค์การเภสัชกรรมและสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือ กับสำนักงาน ป.ป.ส. และปฏิบัติตามคำแนะนำของเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการดำเนินการเกี่ยวกับ มาตรการควบคุมและตรวจสอบที่จำเป็นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๐

ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูก และสกัดสารสำคัญ พร้อมทั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ รายงานรับจ่าย และการทำลายพืชฝิ่น และสารสกัดจากพืชฝิ่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ และแจ้งข้อมูลประจำปีให้สำนักงาน อย. ทราบภายใน วันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทราบทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. 2568 มาตรา ๘ · arnon.work