arnon.work

กฎกระทรวงการขออนุญาต การอนุญาต การค้า และการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๒๓ มาตรา๔ หัวข้อลำดับ ๑๖ จาก ๒๔ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
กฎกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

กฎกระทรวง การขออนุญาต การอนุญาต การค้า และการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔วรรคสอง และมาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ หมวด ๑ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ค้างาช้าง

  1. มาตรา ๑

    ผู้ใดประสงค์จะค้างาช้าง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขออนุญาต

  2. มาตรา ๒

    การยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑ ให้ยื่น ณ ท้องที่ที่ประสงค์จะค้างาช้างดังต่อไปนี้

    (๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    (๒) ในท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์แห่งท้องที่นั้น

    (๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชน

  3. มาตรา ๓

    เมื่อได้รับคำขออนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน ของคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานต่างๆ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ อนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน ระยะเวลาที่กำหนด เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๙ ก ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคำขออนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่ วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบ

  4. มาตรา ๔

    ในกรณีที่คำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขออนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของอธิบดีไปยังผู้ยื่นคำขออนุญาตภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน

  5. มาตรา ๕

    การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร

    (๒) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร และมีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้าง และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง

    (๓) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง

    (๔) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

    (๕) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (๑) (๔) และ

    (๕) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย

  6. มาตรา ๖

    ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้เป็นตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้าง และให้ถือว่าใบอนุญาต สิ้นสุดลงเมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างถึงแก่ความตาย หรือสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้น

  7. มาตรา ๗

    ในกรณีที่อธิบดีออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งข้อมูลการออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูล ในการกำกับดูแลการรับจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๙ ก

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
กฎกระทรวงการขออนุญาต การอนุญาต การค้า และการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง พ.ศ. 2558 · arnon.work