มาตรา ๖
ศาลมณฑลทหารมีเขตอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา
(๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
(๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง
(๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
(๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร
(๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี
(๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
(๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ
(๑๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ
(๑๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดกาฬสินธุ์
(๑๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย
(๑๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ
(๑๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดมหาสารคาม
(๑๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร
(๑๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภู
(๑๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬ
(๑๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร
(๑๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดอุทัยธานี
(๒๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลำปาง
(๒๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๓มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน
(๒๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพะเยา
(๒๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่
(๒๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๖มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก
(๒๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงราย
(๒๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดน่าน
(๒๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๙มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย
(๒๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑๐มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดตาก
(๒๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๑ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจาก อำเภอทุ่งสง และจังหวัดภูเก็ต
(๓๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล
(๓๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง
(๓๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง
(๓๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา
(๓๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา
บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกนั้น
บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๖
(๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๗
(๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๘
(๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๙
(๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๕
(๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๗
(๗) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๔ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก
(๘) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๕
(๙) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๖
(๑๐) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๗
(๑๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๙
(๑๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกตาก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๑๐
(๑๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๓
(๑๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๔
(๑๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๕
(๑๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๖
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดมหาสารคามด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๖ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับ การขังระหว่างสอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดเลย และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดเลยหรือจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่าง สอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙