มาตรา ๘
บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๖
(๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๗
(๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๘
(๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๙
(๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๕
(๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๗
(๗) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๔ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก
(๘) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๕
(๙) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๖
(๑๐) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๗
(๑๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๙
(๑๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกตาก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๑๐
(๑๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๓
(๑๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๔
(๑๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๕
(๑๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๖
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดมหาสารคามด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๖ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับ การขังระหว่างสอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดเลย และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดเลยหรือจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่าง สอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดสกลนครหรือจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔ บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดมุกดาหาร และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดนครพนมด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดมุกดาหารหรือจังหวัดนครพนม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๒หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่าง สอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙