arnon.work

มาตรา ๒

มาตรา ๑

ให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก จากกิโลเมตรที่ ๑๒.๒๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ถึงกิโลเมตรที่ ๓๖.๖๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลพยอม อำเภอ วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน

มาตรา ๒

ให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตก ในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๙๙ ก จังหวัดปทุมธานี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บ ค่าชลประทาน ให้ไว้ ณวันที่ ๒๖พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๙๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำ ชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก จากกิโลเมตรที่ ๑๒.๒๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ถึงกิโลเมตรที่ ๓๖.๖๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลพยอม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตก ในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน เพื่อให้ เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘(๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙