arnon.work

กฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๐๒ มาตราลำดับ ๑๑๔ จาก ๑๙๓ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๐
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
กฎกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

กฎกระทรวง กำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก จากกิโลเมตรที่ ๑๒.๒๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ถึงกิโลเมตรที่ ๓๖.๖๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลพยอม อำเภอ วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน

  2. มาตรา ๒

    ให้ทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตก ในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๙๙ ก จังหวัดปทุมธานี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บ ค่าชลประทาน ให้ไว้ ณวันที่ ๒๖พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๙๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำ ชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก จากกิโลเมตรที่ ๑๒.๒๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ถึงกิโลเมตรที่ ๓๖.๖๐๐ ฝั่งเหนือ ในท้องที่ตำบลพยอม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งใต้ ในท้องที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และทางน้ำชลประทานคลองระพีพัฒน์แยกใต้ จากกิโลเมตรที่ ๖.๔๐๐ ฝั่งตะวันตก ในท้องที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๘.๓๐๐ ในท้องที่ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน เพื่อให้ เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘(๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน