arnon.work

พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๘๕๔ มาตรา๑๐ หัวข้อลำดับ ๒ จาก ๓ ในการขนส่ง

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
  1. หมวด ๔ กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙

    ๕ มาตรา
  2. มาตรา ๓๔

    ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” ในสำนักงาน มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    (๑) เพื่อสนับสนุนในการดำเนินงาน การพัฒนา และการส่งเสริมเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วม

    (๒) เพื่อส่งเสริมและอุดหนุนประชาชนผู้ใช้บริการระบบตั๋วร่วมให้สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยความสะดวก โดยมีต้นทุนการเดินทางที่สมเหตุสมผล

    (๓) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานระบบตั๋วร่วมของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับผลกระทบเนื่องจาก การเข้าร่วมระบบตั๋วร่วม

    (๔) เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตกู้ยืมสำหรับดำเนินการลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาการให้บริการ ระบบตั๋วร่วม

  3. มาตรา ๓๕

    กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

    (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

    (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

    (๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

    (๔) เงินที่ผู้รับใบอนุญาตนำส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง

    (๕) เงินที่ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะนำส่งเข้ากองทุน ตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง

    (๖) เงินที่ได้รับจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

    (๗) เงินค่าปรับเป็นพินัย

    (๘) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่กองทุน

    (๙) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เงินอุดหนุนตาม

    (๒) ให้รัฐมนตรีดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบเข้ากองทุน ในแต่ละปีงบประมาณตามความจำเป็น เงินและทรัพย์สินของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  4. มาตรา ๓๖

    ให้ผู้รับใบอนุญาตนำส่งเงินเข้ากองทุน โดยเงินที่นำส่งเข้ากองทุนให้หักจาก รายได้จากการประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนดภายใต้ กรอบนโยบายของคณะกรรมการตามมาตรา ๙

    (๕) เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการการให้บริการระบบ ตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะกำหนดให้มีการนำส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๕

    (๕) ไว้ในสัญญา สัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบกิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี

  5. มาตรา ๓๗

    เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังต่อไปนี้

    (๑) สนับสนุนการจัดตั้งหรือปรับปรุงศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางเฉพาะส่วนที่ดำเนินการ โดยสำนักงาน

    (๒) สนับสนุนผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งให้บริการ ขนส่งผู้โดยสารทางถนน ทางราง และทางน้ำ ในการลงทุนพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ

    (๓) ส่งเสริมและอุดหนุนผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยคำนึงถึงความได้สัดส่วนและสมดุลของการส่งเสริมหรืออุดหนุนต้นทุนที่แตกต่างกันของบริการ ขนส่งสาธารณะแต่ละระบบและแต่ละพื้นที่ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และ ความยั่งยืนทางการคลังของรัฐ

    (๔) ส่งเสริมและอุดหนุนประชาชนผู้ใช้บริการระบบตั๋วร่วม ให้สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยความสะดวก โดยมีต้นทุนการเดินทางที่สมเหตุสมผล

    (๕) ให้ผู้รับใบอนุญาตกู้ยืมสำหรับดำเนินการลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาการให้บริการระบบ ตั๋วร่วม

    (๖) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาหรือวิจัยเพื่อการพัฒนาระบบตั๋วร่วม

    (๗) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน การใช้จ่ายเงินกองทุนตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ

    (๖) ให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการบริหารกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และต้องจัดให้มีการแยกบัญชี ตามกิจการที่ใช้จ่ายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริหารรายงานผลการดำเนินงานของกองทุน ให้คณะกรรมการทราบเป็นรายไตรมาส ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนตาม

    (๗) ให้รวมถึงเงินที่นำส่งคืนการรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทยและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้อง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่คณะกรรมการบริหารกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  6. มาตรา ๓๘

    ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย

    (๑) ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ

    (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนหกคน ได้แก่ ผู้ อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดี กรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางราง อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมบัญชีกลางและ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการคลัง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงิน ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการลงทุน ด้านกฎหมาย ด้านขนส่ง ด้านเทคโนโลยี หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มอบหมายข้าราชการของสำนักงานจำนวน สองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการตาม

    (๓) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๘) (๑๐) (๑๑) และ

    (๑๒) และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับ การแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ ให้นำมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการบริหารด้วย โดยอนุโลม

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ก

ก

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ToUnicode ขัดกับลำดับ glyph แบบไทย→ไทย 59 รหัส — สองตัวแยกมองไม่เห็นชนิดนี้"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 · arnon.work