arnon.work

กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๙๑๖ มาตรา๓ หัวข้อลำดับ ๑ จาก ๑๗ ในกระทรวงพาณิชย์

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๙
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
กฎกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๒ ก กฎกระทรวง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ ที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ วรรคสอง มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ วรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคสอง และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ในกฎกระทรวงนี้ “คำขอ” หมายความว่า คำขอให้ตรวจสอบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ได้มา ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “วันที่ข้อบทของความตกลงระหว่างประเทศมีผลใช้บังคับ” หมายความว่า วันที่ข้อบท ของความตกลงระหว่างประเทศในเรื่องการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยน รายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มีผลใช้บังคับกับประเทศไทย

  2. มาตรา ๒

    ให้อธิบดีประกาศวันที่ข้อบทของความตกลงระหว่างประเทศมีผลใช้บังคับ ในราชกิจจานุเบกษา

  3. มาตรา ๓

    หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ได้มา ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ไม่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในกฎกระทรวงนี้ ให้นำกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียน การประกาศโฆษณา การคัดค้านและการโต้แย้งคำคัดค้าน การขึ้นทะเบียน การอุทธรณ์ และการแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๒ ก

  1. หมวด ๑ กระบวนการตรวจสอบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ

    ๔ มาตรา
  2. มาตรา ๔

    ผู้ประสงค์จะขอให้ตรวจสอบก่อนการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ ที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามวิธีการและแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

    (๑) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๒) รายการสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๓) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ยื่นคำขอ

    (๔) ประเทศต้นกำเนิดที่ได้รับการคุ้มครอง

    (๕) รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง คุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า ที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๖) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งแหล่งภูมิศาสตร์

    (๗) รายละเอียดซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับแหล่งภูมิศาสตร์

  3. มาตรา ๕

    เมื่อได้รับคำขอ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ไม่เป็นชื่อสามัญของสินค้าที่จะใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น

    (๒) ไม่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือนโยบายแห่งรัฐ

    (๓) มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ของต่างประเทศและมีการใช้สืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอในประเทศไทย

  4. มาตรา ๖

    ในกรณีที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ขอให้ตรวจสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับรายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียแสดงความคิดเห็น ตามวิธีการและระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดในประกาศรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่รวบรวมผลการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นแล้วจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ พร้อมความเห็น เสนอต่อนายทะเบียน เพื่อเตรียมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ต่อไป

  5. มาตรา ๗

    นายทะเบียนจะเตรียมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามหมวด ๒ ก่อนวันที่ ข้อบทของความตกลงระหว่างประเทศมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยก็ได้ แต่ทั้งนี้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ของประเทศไทย จนกว่าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวจะได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๒ ก

  1. หมวด ๒ การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ

    ๘ มาตรา
  2. มาตรา ๘

    ในกรณีที่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศได้ผ่านการตรวจสอบตามหมวด ๑ และนายทะเบียนเห็นควรให้ขึ้นทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือไม่มีเงื่อนไข ให้นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณา การรับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว

  3. มาตรา ๙

    การประกาศโฆษณาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศตามข้อ ๘ ต้องมีรายการ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

    (๑) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๒) รายการสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๓) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ขอขึ้นทะเบียน

    (๔) ประเทศต้นกำเนิดที่ได้รับการคุ้มครอง

    (๕) รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง คุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า ที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๖) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งแหล่งภูมิศาสตร์

    (๗) รายละเอียดซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับแหล่งภูมิศาสตร์

  4. มาตรา ๑๐

    ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามข้อ ๘ บุคคลผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่น คำคัดค้านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ผ่านการตรวจสอบได้ โดยทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุตัวตนของผู้นั้นให้ชัดเจนรวมทั้งเหตุผลและเอกสารหลักฐานประกอบการคัดค้าน

  5. มาตรา ๑๑

    ในกรณีที่มีการคัดค้าน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการคัดค้าน พร้อมส่งสำเนา คำคัดค้านไปยังผู้ขอขึ้นทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการคัดค้าน หากผู้ขอขึ้นทะเบียนประสงค์จะยื่นคำโต้แย้ง ให้ยื่นคำโต้แย้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยระบุเหตุ แห่งการโต้แย้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำคัดค้าน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนา คำโต้แย้งดังกล่าวให้ผู้คัดค้านด้วย ในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ยื่นคำโต้แย้ง ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะขอรับ การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศสำหรับรายการที่ถูกคัดค้าน การแจ้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

  6. มาตรา ๑๒

    ในกรณีที่มีการคัดค้านคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้นายทะเบียน วินิจฉัยคำคัดค้านและคำโต้แย้งการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๑๘ และหากผู้ขอขึ้นทะเบียน ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการหรือนำคดีไปสู่ศาล ให้มอบอำนาจให้แก่บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นผู้ดำเนินการอุทธรณ์ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๒ ก

  7. มาตรา ๑๓

    การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๑๙ ให้นายทะเบียนออกเลขทะเบียน และจัดทำทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

    (๑) เลขที่คำขอขึ้นทะเบียนและวันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

    (๒) เลขทะเบียนและวันที่ขึ้นทะเบียน

    (๓) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๔) รายการสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๕) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ขอขึ้นทะเบียน

    (๖) ประเทศต้นกำเนิดที่ได้รับการคุ้มครอง

    (๗) รายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง คุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า ที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    (๘) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียน

    (๙) รายละเอียดซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับแหล่งภูมิศาสตร์

    (๑๐) รายการอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร

  8. มาตรา ๑๔

    เมื่อข้อบทของความตกลงระหว่างประเทศมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยแล้ว ให้ถือว่า คำขอตามข้อ ๔ เป็นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นับแต่วันที่ข้อบทของความตกลงระหว่างประเทศ มีผลใช้บังคับ และเมื่อนายทะเบียนขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้ว ให้การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

  9. มาตรา ๑๕

    ให้ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และไม่ต้อง ปฏิบัติตามข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียน การประกาศโฆษณา การคัดค้านและการโต้แย้งคำคัดค้าน การขึ้นทะเบียน การอุทธรณ์ และการแก้ไขหรือเพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๗

  1. หมวด ๓ การแก้ไขเพิ่มเติมรายการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครอง

    ๑ มาตรา
  2. มาตรา ๑๖

    ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมรายการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครอง ตามความตกลงระหว่างประเทศในเรื่องการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยน รายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้ดำเนินกระบวนการตรวจสอบตามหมวด ๑ และดำเนินการขึ้นทะเบียน ตามหมวด ๒ และให้นำข้อ ๑๔ มาใช้บังคับกับกรณีนี้ โดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๒ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ และวิธีการรองรับกระบวนการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยน รายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ ก่อนการขึ้นทะเบียนและการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่ได้มาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยน รายการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ไทยในต่างประเทศ และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ของประเทศ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ตามความตกลงระหว่างประเทศ

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน