arnon.work

มาตรา ๒

มาตรา ๑

ในคำสั่งนี้ “เจ้าของเรือ” หมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองเรือ “นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยหรือผู้ซึ่งได้รับ มอบหมาย “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง “คณะทำงานตรวจเรือ” หมายความว่า ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมประมง และผู้แทน กองทัพเรือ ซึ่ง ผบ. ศปมผ. แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยเรือไทย และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มาตรา ๒

ให้ยกเลิกข้อ ๗ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘

มาตรา ๓

ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือและจำหน่ายทะเบียนเรือขนาดตั้งแต่ สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุน การประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ออกจากสมุดทะเบียนเรือ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุแล้วก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับและไม่ได้ยื่นคำร้องขอ ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

(๒) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุในวันหรือหลังจากวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับ และไม่ได้ยื่น คำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบ สามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุ

(๓) เรือที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมง หรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และเจ้าของเรือ ไม่ดำเนินการแจ้งของดใช้เรือหรือขอเปลี่ยนประเภทเรือต่อกรมเจ้าท่าตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ำไทยภายในสามสิบวันตามที่กรมประมงกำหนด โดยให้นายทะเบียนเพิกถอนเมื่อครบสามสิบวัน ตามที่กรมประมงกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่กรมประมงได้เพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตก่อนวันที่คำสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ ให้เพิกถอนเมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเรือนำเรือพร้อมทั้ง ใบทะเบียนเรือมาคืน ณ สถานที่และเวลาที่กำหนด และให้คณะทำงานตรวจเรือหรือผู้อำนวยการสั่งให้ นำเรือไปจอดและล็อกเรือ และดำเนินการตรวจสอบพร้อมทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือต่อไป เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง เจ้าของเรือผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน คณะทำงานตรวจเรือ หรือผู้อำนวยการตามวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือที่มีขนาดไม่เกินสิบตันกรอส และปรับเพิ่มตามขนาด ของเรือตันกรอสละสองพันบาท ในกรณีที่เจ้าของเรือแจ้งว่าไม่มีเรือ ให้ผู้อำนวยการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากปรากฏว่า เจ้าของเรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้กรมเจ้าท่าแจ้งให้กรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออก ใบอนุญาตทำการประมงให้แก่บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

มาตรา ๔

เจ้าของเรือที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมง ห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือ เรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ที่ได้รับใบทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือ ใบอนุญาตทำการประมงก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับเห็นว่ารายการในใบทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือใบอนุญาตทำการประมงไม่ตรงกับสภาพเรือตามความเป็นจริง ต้องร้องขอต่อกรมเจ้าท่าเพื่อทำการตรวจสอบ และทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ สำหรับเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสต้องนำมาให้คณะทำงาน ตรวจเรือตรวจสอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ส่วนเรือที่มีขนาดไม่ถึงสิบตันกรอส ให้นำเรือมาให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบตามระยะเวลาที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙