arnon.work

มาตรา ๕

มาตรา ๓

ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือและจำหน่ายทะเบียนเรือขนาดตั้งแต่ สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุน การประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ออกจากสมุดทะเบียนเรือ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุแล้วก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับและไม่ได้ยื่นคำร้องขอ ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

(๒) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุในวันหรือหลังจากวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับ และไม่ได้ยื่น คำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบ สามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุ

(๓) เรือที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมง หรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และเจ้าของเรือ ไม่ดำเนินการแจ้งของดใช้เรือหรือขอเปลี่ยนประเภทเรือต่อกรมเจ้าท่าตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ำไทยภายในสามสิบวันตามที่กรมประมงกำหนด โดยให้นายทะเบียนเพิกถอนเมื่อครบสามสิบวัน ตามที่กรมประมงกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่กรมประมงได้เพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตก่อนวันที่คำสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ ให้เพิกถอนเมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเรือนำเรือพร้อมทั้ง ใบทะเบียนเรือมาคืน ณ สถานที่และเวลาที่กำหนด และให้คณะทำงานตรวจเรือหรือผู้อำนวยการสั่งให้ นำเรือไปจอดและล็อกเรือ และดำเนินการตรวจสอบพร้อมทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือต่อไป เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง เจ้าของเรือผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน คณะทำงานตรวจเรือ หรือผู้อำนวยการตามวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือที่มีขนาดไม่เกินสิบตันกรอส และปรับเพิ่มตามขนาด ของเรือตันกรอสละสองพันบาท ในกรณีที่เจ้าของเรือแจ้งว่าไม่มีเรือ ให้ผู้อำนวยการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากปรากฏว่า เจ้าของเรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้กรมเจ้าท่าแจ้งให้กรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออก ใบอนุญาตทำการประมงให้แก่บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

มาตรา ๔

เจ้าของเรือที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมง ห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือ เรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ที่ได้รับใบทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือ ใบอนุญาตทำการประมงก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับเห็นว่ารายการในใบทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือใบอนุญาตทำการประมงไม่ตรงกับสภาพเรือตามความเป็นจริง ต้องร้องขอต่อกรมเจ้าท่าเพื่อทำการตรวจสอบ และทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ สำหรับเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสต้องนำมาให้คณะทำงาน ตรวจเรือตรวจสอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ส่วนเรือที่มีขนาดไม่ถึงสิบตันกรอส ให้นำเรือมาให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบตามระยะเวลาที่กรมเจ้าท่ากำหนด

มาตรา ๕

ให้เจ้าของเรือขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและเรือที่ถูกเพิกถอนทะเบียน หลังจากวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำ การประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ มีผลใช้บังคับ นำเรือมาให้คณะทำงานตรวจเรือตรวจสอบและทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ ภายในกำหนดเวลาและสถานที่ที่กรมเจ้าท่าประกาศกำหนด ในกรณีที่เรือลำใดมีใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมายถูกต้องและมีข้อมูลรายละเอียดตรงกับ ที่ระบุไว้ในทะเบียนเรือและใบอนุญาตตามกฎหมาย ให้คณะทำงานตรวจเรือสั่งทำเครื่องหมายที่แสดง อัตลักษณ์เรือและให้นำเรือออกไปใช้ได้ ในกรณีที่เรือลำใดมีใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมายถูกต้องแต่มีข้อมูลรายละเอียดอื่นไม่ตรงกับ ทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตตามกฎหมาย ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ ต่อไป ในกรณีที่พบว่าเรือลำใดเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ให้นายทะเบียนดำเนินการ เพิกถอนและจำหน่ายทะเบียนเรือออกจากสมุดทะเบียนเรือพร้อมทั้งดำเนินการเรียกคืนใบทะเบียนเรือ และให้ผู้อำนวยการสั่งล็อกเรือ และทำเครื่องหมายบนเรือ ในกรณีที่ปรากฏว่าเรือลำใดที่จดทะเบียนกับกรมเจ้าท่าเป็นเรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขนาดตั้งแต่สามสิบตันกรอส เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง และไม่ได้จดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับกรมประมง ให้ผู้อำนวยการสั่งล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือ ที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมงหรือเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่าย สัตว์น้ำกับกรมประมง หรือเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ หรือเจ้าของเรือได้เปลี่ยนประเภทเรือเป็นประเภทอื่น ในกรณีเจ้าของเรือตามวรรคห้ายื่นคำขอเปลี่ยนประเภทเรือ ให้กรมเจ้าท่าและกรมประมง ร่วมกันตรวจสอบสภาพเรือก่อนที่กรมเจ้าท่าจะจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเรือเป็นเรือประเภทอื่น ในการตรวจสอบเรือตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมเรือ หรือสั่งให้ผู้ควบคุมเรือนำเรือเข้าเทียบท่า การล็อกเรือ การทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ และการทำเครื่องหมายบนเรือ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมเจ้าท่ากำหนด เจ้าของเรือผู้ใดไม่นำเรือมาให้ตรวจสอบหรือไม่มาแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรือภายในระยะเวลา ตามที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับหนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือที่มีขนาดไม่เกินสิบตันกรอส และปรับเพิ่มตามขนาดของเรือตันกรอสละสองพันบาท และในกรณีที่เรือมีใบอนุญาตทำการประมงหรือ จดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับกรมประมงให้อธิบดีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือเพิกถอน การจดทะเบียน และให้นายทะเบียนดำเนินการตามข้อ ๓

(๓) ในกรณีที่เจ้าของเรือแจ้งว่าไม่มีเรือ ให้ผู้อำนวยการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากปรากฏว่า เจ้าของเรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้กรมเจ้าท่าแจ้งกรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออก ใบอนุญาตทำการประมงให้แก่บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

มาตรา ๖

ในการตรวจสอบเรือตามข้อ ๔ และข้อ ๕ กรณีที่พบว่าเรือลำใดมีลักษณะแตกต่าง จากทะเบียนเรือ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) เรือมีลักษณะแตกต่างจากทะเบียนเรือ ให้กรมเจ้าท่าแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือและ ใบอนุญาตใช้เรือให้ถูกต้อง

(๒) เรือมีขนาดเรือแตกต่างจากใบอนุญาตให้ทำการประมง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในการดำเนินการตาม

(๒) ให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาต ให้ทำการประมงหรือห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงให้สอดคล้องกับรายการที่เปลี่ยนแปลงหรือ ออกใบอนุญาตให้ใหม่แทนใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้วให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอัน ใช้ไม่ได้

มาตรา ๗

เจ้าของเรือขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ใดใช้เรือทำการประมงหรือ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง โดยเรือนั้นมีลักษณะไม่ตรงตามทะเบียนเรือหรือ ใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับวันละห้าหมื่นบาทตลอดเวลาทำการประมงหรือ ขนถ่ายสัตว์น้ำ และในกรณีเรือลำใดมีใบอนุญาตทำการประมงหรือจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับ กรมประมง ให้อธิบดีกรมประมงเพิกถอนใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และห้ามมิให้กรมเจ้าท่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือลำดังกล่าว

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙