arnon.work

มาตรา ๗

มาตรา ๕

ให้เจ้าของเรือขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและเรือที่ถูกเพิกถอนทะเบียน หลังจากวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำ การประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ มีผลใช้บังคับ นำเรือมาให้คณะทำงานตรวจเรือตรวจสอบและทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ ภายในกำหนดเวลาและสถานที่ที่กรมเจ้าท่าประกาศกำหนด ในกรณีที่เรือลำใดมีใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมายถูกต้องและมีข้อมูลรายละเอียดตรงกับ ที่ระบุไว้ในทะเบียนเรือและใบอนุญาตตามกฎหมาย ให้คณะทำงานตรวจเรือสั่งทำเครื่องหมายที่แสดง อัตลักษณ์เรือและให้นำเรือออกไปใช้ได้ ในกรณีที่เรือลำใดมีใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมายถูกต้องแต่มีข้อมูลรายละเอียดอื่นไม่ตรงกับ ทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตตามกฎหมาย ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ ต่อไป ในกรณีที่พบว่าเรือลำใดเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ให้นายทะเบียนดำเนินการ เพิกถอนและจำหน่ายทะเบียนเรือออกจากสมุดทะเบียนเรือพร้อมทั้งดำเนินการเรียกคืนใบทะเบียนเรือ และให้ผู้อำนวยการสั่งล็อกเรือ และทำเครื่องหมายบนเรือ ในกรณีที่ปรากฏว่าเรือลำใดที่จดทะเบียนกับกรมเจ้าท่าเป็นเรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขนาดตั้งแต่สามสิบตันกรอส เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง และไม่ได้จดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับกรมประมง ให้ผู้อำนวยการสั่งล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือ ที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมงหรือเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่าย สัตว์น้ำกับกรมประมง หรือเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ หรือเจ้าของเรือได้เปลี่ยนประเภทเรือเป็นประเภทอื่น ในกรณีเจ้าของเรือตามวรรคห้ายื่นคำขอเปลี่ยนประเภทเรือ ให้กรมเจ้าท่าและกรมประมง ร่วมกันตรวจสอบสภาพเรือก่อนที่กรมเจ้าท่าจะจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเรือเป็นเรือประเภทอื่น ในการตรวจสอบเรือตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมเรือ หรือสั่งให้ผู้ควบคุมเรือนำเรือเข้าเทียบท่า การล็อกเรือ การทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ และการทำเครื่องหมายบนเรือ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมเจ้าท่ากำหนด เจ้าของเรือผู้ใดไม่นำเรือมาให้ตรวจสอบหรือไม่มาแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรือภายในระยะเวลา ตามที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับหนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือที่มีขนาดไม่เกินสิบตันกรอส และปรับเพิ่มตามขนาดของเรือตันกรอสละสองพันบาท และในกรณีที่เรือมีใบอนุญาตทำการประมงหรือ จดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับกรมประมงให้อธิบดีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือเพิกถอน การจดทะเบียน และให้นายทะเบียนดำเนินการตามข้อ ๓

(๓) ในกรณีที่เจ้าของเรือแจ้งว่าไม่มีเรือ ให้ผู้อำนวยการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากปรากฏว่า เจ้าของเรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้กรมเจ้าท่าแจ้งกรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออก ใบอนุญาตทำการประมงให้แก่บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

มาตรา ๖

ในการตรวจสอบเรือตามข้อ ๔ และข้อ ๕ กรณีที่พบว่าเรือลำใดมีลักษณะแตกต่าง จากทะเบียนเรือ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) เรือมีลักษณะแตกต่างจากทะเบียนเรือ ให้กรมเจ้าท่าแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือและ ใบอนุญาตใช้เรือให้ถูกต้อง

(๒) เรือมีขนาดเรือแตกต่างจากใบอนุญาตให้ทำการประมง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในการดำเนินการตาม

(๒) ให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาต ให้ทำการประมงหรือห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงให้สอดคล้องกับรายการที่เปลี่ยนแปลงหรือ ออกใบอนุญาตให้ใหม่แทนใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้วให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอัน ใช้ไม่ได้

มาตรา ๗

เจ้าของเรือขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ใดใช้เรือทำการประมงหรือ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง โดยเรือนั้นมีลักษณะไม่ตรงตามทะเบียนเรือหรือ ใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับวันละห้าหมื่นบาทตลอดเวลาทำการประมงหรือ ขนถ่ายสัตว์น้ำ และในกรณีเรือลำใดมีใบอนุญาตทำการประมงหรือจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับ กรมประมง ให้อธิบดีกรมประมงเพิกถอนใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และห้ามมิให้กรมเจ้าท่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือลำดังกล่าว

มาตรา ๘

ใบอนุญาตทำการประมงให้โอนกันได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ขอรับโอนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะได้รับใบอนุญาตทำการประมง

(๒) กรณีเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการประมง ผู้รับโอนต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ หรือผู้ได้รับใบอนุญาต ทำการประมงในเรือที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือไม่มี อำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าวอีกต่อไป

(๓) เรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี

(๔) ผู้ขอรับโอนมีหลักฐานแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ในเรือที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำการประมง มาแสดง ในการโอนใบอนุญาต ให้อธิบดีกรมประมงออกใบอนุญาตใหม่แทนใบอนุญาตเดิมภายในสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ใบอนุญาตที่ออกให้ใหม่ดังกล่าวให้กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้ว ให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอันใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมงจะออก ใบอนุญาตให้แก่บุคคลใดเกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่ได้ การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๗ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

มาตรา ๙

เมื่อกรมประมงมีคำสั่งเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนหรือ ยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ให้แจ้งเจ้าของเรือและกรมเจ้าท่า ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้กรมเจ้าท่าหรือกรมประมงดำเนินการล็อกเรือทันที ที่พบเรือและให้ดำเนินการตามข้อ ๓ (๓)

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ มาตรา ๗ · arnon.work