มาตรา ๑๐
ใบอนุญาตทำการประมงให้โอนกันได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ขอรับโอนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะได้รับใบอนุญาตทำการประมง
(๒) กรณีเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการประมง ผู้รับโอนต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ หรือผู้ได้รับใบอนุญาต ทำการประมงในเรือที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือไม่มี อำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าวอีกต่อไป
(๓) เรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี
(๔) ผู้ขอรับโอนมีหลักฐานแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ในเรือที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำการประมง มาแสดง ในการโอนใบอนุญาต ให้อธิบดีกรมประมงออกใบอนุญาตใหม่แทนใบอนุญาตเดิมภายในสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ใบอนุญาตที่ออกให้ใหม่ดังกล่าวให้กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้ว ให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอันใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมงจะออก ใบอนุญาตให้แก่บุคคลใดเกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่ได้ การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๗ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘
เมื่อกรมประมงมีคำสั่งเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนหรือ ยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ให้แจ้งเจ้าของเรือและกรมเจ้าท่า ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้กรมเจ้าท่าหรือกรมประมงดำเนินการล็อกเรือทันที ที่พบเรือและให้ดำเนินการตามข้อ ๓ (๓)
เจ้าของเรือที่จดทะเบียนเป็นเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อ การประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดที่มีขนาดตั้งแต่ สามสิบตันกรอส ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ติดระบบติดตามเรือตามประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้ง ระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งาน ได้ตลอดเวลา พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง
(๒) แจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงทุกครั้ง ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกตาม ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงของ เรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ และที่แก้ไข เพิ่มเติม เจ้าของเรือผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับหนึ่งแสนบาทสำหรับเรือ ขนาดสามสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ หนึ่งหมื่นบาท และให้กรมเจ้าท่าดำเนินการล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือจะดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือ เป็นเรือประเภทอื่น
ห้ามมิให้ผู้ใดทำลายหรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องมือล็อกเรือหรือเคลื่อนย้ายเรือออก จากจุดที่จอดเรือ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเรือที่ถูกล็อกออกจากจุดที่จอดเรือเพื่อนำเรือ ไปเปลี่ยนประเภทหรือนำเรือไปทดสอบ ให้เจ้าของเรือยื่นคำขอและวางหลักประกันต่อผู้อำนวยการตาม ระเบียบที่กรมเจ้าท่ากำหนด และเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการแล้วให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปลด เครื่องมือล็อกเรือได้ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับในกรณีมีเหตุฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายต่อเรืออันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเจ้าของเรือต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่มี การเคลื่อนย้ายเรือ พร้อมทั้งแจ้งจุดจอดเรือใหม่ และให้ผู้อำนวยการดำเนินการตรวจสอบเรือ พร้อมทั้งล็อกเรือใหม่ภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือ ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคสองต้องระวางโทษปรับหนึ่งแสนบาทสำหรับเรือ ขนาดสามสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ หนึ่งหมื่นบาท
ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือประมงแจ้งรายชื่อ เจ้าของเรือที่ตนเป็นผู้ให้บริการต่อกรมประมงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ในกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและคาดการณ์สถานการณ์ด้านการประมงของกรมประมง ไม่ได้รับสัญญาณจากระบบติดตามเรือประมงลำใดติดต่อกันเกินสองชั่วโมง ให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจ สั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือลำดังกล่าวชี้แจงสาเหตุและจัดส่ง หลักฐานการรับส่งข้อมูลระบบติดตามเรือประมงระหว่างคอมพิวเตอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลการจราจร (Computer Log File) หรือแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด และในกรณีที่กรมประมงเห็นว่า เป็นความบกพร่องของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคมต่อไป ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือประมงแก้ไขข้อมูลจาก ระบบอุปกรณ์ติดตามเรือประมง เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทและปรับวันละไม่เกินหนึ่งแสนบาทตลอดระยะเวลา ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙