มาตรา ๘
ในการตรวจสอบเรือตามข้อ ๔ และข้อ ๕ กรณีที่พบว่าเรือลำใดมีลักษณะแตกต่าง จากทะเบียนเรือ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) เรือมีลักษณะแตกต่างจากทะเบียนเรือ ให้กรมเจ้าท่าแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือและ ใบอนุญาตใช้เรือให้ถูกต้อง
(๒) เรือมีขนาดเรือแตกต่างจากใบอนุญาตให้ทำการประมง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในการดำเนินการตาม
(๒) ให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาต ให้ทำการประมงหรือห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงให้สอดคล้องกับรายการที่เปลี่ยนแปลงหรือ ออกใบอนุญาตให้ใหม่แทนใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้วให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอัน ใช้ไม่ได้
เจ้าของเรือขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ใดใช้เรือทำการประมงหรือ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง โดยเรือนั้นมีลักษณะไม่ตรงตามทะเบียนเรือหรือ ใบอนุญาตที่ต้องมีตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับวันละห้าหมื่นบาทตลอดเวลาทำการประมงหรือ ขนถ่ายสัตว์น้ำ และในกรณีเรือลำใดมีใบอนุญาตทำการประมงหรือจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับ กรมประมง ให้อธิบดีกรมประมงเพิกถอนใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และห้ามมิให้กรมเจ้าท่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือลำดังกล่าว
ใบอนุญาตทำการประมงให้โอนกันได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ขอรับโอนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะได้รับใบอนุญาตทำการประมง
(๒) กรณีเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการประมง ผู้รับโอนต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ หรือผู้ได้รับใบอนุญาต ทำการประมงในเรือที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือไม่มี อำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าวอีกต่อไป
(๓) เรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี
(๔) ผู้ขอรับโอนมีหลักฐานแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ในเรือที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำการประมง มาแสดง ในการโอนใบอนุญาต ให้อธิบดีกรมประมงออกใบอนุญาตใหม่แทนใบอนุญาตเดิมภายในสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ใบอนุญาตที่ออกให้ใหม่ดังกล่าวให้กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้ว ให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอันใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมงจะออก ใบอนุญาตให้แก่บุคคลใดเกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่ได้ การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๗ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘
เมื่อกรมประมงมีคำสั่งเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมงหรือเพิกถอนหรือ ยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ให้แจ้งเจ้าของเรือและกรมเจ้าท่า ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้กรมเจ้าท่าหรือกรมประมงดำเนินการล็อกเรือทันที ที่พบเรือและให้ดำเนินการตามข้อ ๓ (๓)
เจ้าของเรือที่จดทะเบียนเป็นเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อ การประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดที่มีขนาดตั้งแต่ สามสิบตันกรอส ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ติดระบบติดตามเรือตามประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้ง ระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งาน ได้ตลอดเวลา พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง
(๒) แจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงทุกครั้ง ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกตาม ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงของ เรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ และที่แก้ไข เพิ่มเติม เจ้าของเรือผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับหนึ่งแสนบาทสำหรับเรือ ขนาดสามสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ หนึ่งหมื่นบาท และให้กรมเจ้าท่าดำเนินการล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือจะดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือ เป็นเรือประเภทอื่น
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙