มาตรา ๑๘
หมวด ๓ การคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เดิม
มาตรา ๑๘–๒๓ · ๖ มาตรา
ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ก ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์แบบ ข หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค เพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากประเภทที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ตนมีอยู่เดิม ให้ยื่นคำขอตามที่กำหนดในหมวด ๒ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๓๒ ก ในการยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอเพื่อคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์ซึ่งตนหรือนิติบุคคลในกลุ่มนิติบุคคลเดียวกันมีอยู่ก่อนวันที่ยื่นคำขอดังกล่าวพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ หรือข้อ ๒๑ แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ก ให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตดำเนินการเพื่อคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ข ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ แบบ ค ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ง ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษา การลงทุน การจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล กิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการจัดการเงินร่วมลงทุน ซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตมีอยู่ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(๒) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุน ส่วนบุคคล การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ยกเว้นการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วย ลงทุน ซึ่งนิติบุคคลในกลุ่มนิติบุคคลเดียวกันมีอยู่ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
ในกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ข ให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตดำเนินการเพื่อคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตมีอยู่ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(๒) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ซึ่งนิติบุคคลในกลุ่มนิติบุคคลเดียวกันมีอยู่ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙