arnon.work

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๙ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะnull๑๑ มาตราลำดับ ๔๒ จาก ๑๐๘ ในไม่ระบุปี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ null
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
คำสั่ง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๙ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น โดยที่การยุบสภาท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้กำหนดให้เป็น อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งยุบสภาสำหรับสภาตำบลหรือมีอำนาจเสนอรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเพื่อสั่งยุบสภาสำหรับสภาท้องถิ่นอื่น ในขณะที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ได้กำหนดให้ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นที่มิใช่การยุบสภากรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กำหนดในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยกระบวนการตามประกาศดังกล่าวได้กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ กรณีเช่นนี้ทำให้การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่เป็นไปตาม หลักธรรมาภิบาล จึงสมควรกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มี การยุบสภาท้องถิ่นให้มีความเป็นกลางและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดิน อันจะทำให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นให้ดำเนินการตามที่ กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ ให้ข้อกำหนดในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มา ซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ให้การดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นเป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เป็นอันสิ้นผล และให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้แทน

  2. มาตรา ๒

    ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิก สภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น คณะกรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง เป็นรองประธาน อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่งตั้งสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการสรรหาโดยอนุโลม

  3. มาตรา ๓

    เมื่อมีการยุบสภาท้องถิ่นในเขตจังหวัดใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดนั้นเสนอ รายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และข้อ ๔ ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ เป็นจำนวนสามเท่าของสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะสรรหาได้ตามประเภทที่กำหนดในข้อ ๓ ของประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ โดยให้เสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบสภาท้องถิ่น ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจแต่งตั้งคณะกรรมการตามที่เห็นสมควร เพื่อช่วยดำเนินการก็ได้ บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการยุบสภาท้องถิ่น ในกรณีมีความจำเป็นอาจเสนอชื่อบุคคลที่อยู่ภายในเขตจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่ก็ได้ กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น

  4. มาตรา ๔

    เมื่อคณะกรรมการสรรหาได้รับรายชื่อบุคคลตามข้อ ๓ แล้ว ให้คัดเลือกบุคคล ที่จะแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามจำนวนที่กำหนดในข้อ ๓ ของประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ประธานคณะกรรรมการสรรหาประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นภายในสามวันนับแต่วันที่ คัดเลือกเสร็จ และให้ถือว่าผู้ที่ได้รับการประกาศแต่งตั้งนั้นเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับแต่วันประกาศแต่งตั้ง

  5. มาตรา ๕

    ให้คณะกรรมการสรรหามีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

  6. มาตรา ๖

    ในกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดกำหนดให้การมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ตามคำสั่งนี้เป็นเหตุให้ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องเสียสิทธิหรือเป็นข้อห้ามหรือเป็นเหตุให้ขาด คุณสมบัติหรือเป็นลักษณะต้องห้าม มิให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นมาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นตามคำสั่งนี้

  7. มาตรา ๗

    ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งนี้มีวาระการดำรงตำแหน่งจนกว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นขึ้นใหม่ ในกรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งว่างลง ให้สภาท้องถิ่นประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่เหลืออยู่ โดยไม่ต้องดำเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นแทนตำแหน่งที่ว่าง และหากสภาท้องถิ่นใดมีสมาชิก สภาท้องถิ่นเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิก เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง สภาท้องถิ่นที่เหลืออยู่นั้นเป็นอันสิ้นสุดลงนับแต่วันที่จำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และให้ ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗ฯ

  8. มาตรา ๘

    สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญา ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หรือที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะกระทำ

  9. มาตรา ๙

    ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ได้รับเงินเดือน เงินค่าตอบแทน ค่าตอบแทน และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ทั้งนี้ ตลอดเวลา ที่ปฏิบัติหน้าที่

  10. มาตรา ๑๐

    ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นซึ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่า สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้ใดทุจริตต่อหน้าที่หรือหากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือท้องถิ่นนั้น อย่างร้ายแรง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งได้

  11. มาตรา ๑๑

    คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน