มาตรา ๕
ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีนำเข้าใบยาหรือยาอัด
(ก) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
(ข) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
(๒) กรณีนำเข้ายาสูบ
(ก) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานของ ผู้นำเข้า หรือที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
(ข) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
(ค) เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
(ง) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่
กรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่ การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนยื่นขอใบอนุญาต ตามข้อ ๓ ให้ดำเนินการยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยตัวอย่างฉลาก หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้า มาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวซึ่งออกให้โดยผู้ผลิตยาสูบในต่างประเทศหรือผู้มีสิทธิในตราสินค้า และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบ ให้มีข้อความและลักษณะตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวสำหรับ กรณีที่ไม่ใช่ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ให้ยื่นพร้อมคำขอเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก
(๓) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเคยแจ้งหรือได้รับอนุมัติให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบ ที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบหรือกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบดังกล่าวต่อไปได้ โดยไม่ต้องยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบอีก
ในกรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไป นอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตเพื่อส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรในคราวเดียวกันด้วย
ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด
(ก) ที่ผลิตในประเทศ ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ หรือผู้รับซื้อใบยาแห้ง
(ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา หรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกตามข้อ ๒ (๑) (ข)
(๒) กรณีส่งออกยาสูบ ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจไทย นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด
(ก) ที่ผลิตในประเทศ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการค้าของผู้รับซื้อใบยาแห้งตั้งอยู่
(ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิต พื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำใบยาหรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งอยู่
(๒) กรณีส่งออกยาสูบ
(ก) สำหรับผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
(ข) สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะส่งยาสูบออกนอกราชอาณาจักรตั้งอยู่
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙