arnon.work

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๓

การปกป้องเทคโนโลยีและการควบคุมการส่งออก ๑. องค์การจะไม่ยอมให้มีการเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาตซึ่งข้อสนเทศที่ได้รับการคุ้มครอง สิ่งต่างๆ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง /มาตรการต่างๆ เพื่อที่จะทำให้บรรลุความสำเร็จในการ ปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนและบุคลากรของรัฐสมาชิกผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการสิ่งต่างๆ / ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคุ้มครองเหล่านั้น และรวมถึงการใช้มาตรการที่เหมาะสมโดยมี เป้าหมายที่จะคุ้มครองและดูแลการจัดการสิ่งเหล่านั้น ตลอดจนจัดทำและอนุวัติการแผน ด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจง ๒. เพื่อที่จะนำเอากิจกรรมความร่วมมือ แผนงานและโครงการต่างๆ ขององค์การไปปฏิบัติ รัฐสมาชิกต้องทำความตกลงในเรื่องมาตรการปกป้องเทคโนโลยี และในกรณีที่เฉพาะเจาะจงก็ 12 ให้ส่งเสริมการทำความตกลงเช่นนั้นโดยองค์การที่มีอำนาจหน้าที่และองค์การอื่นๆที่กำหนดไว้ เพื่อที่จะจัดทำแผนด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจง ๓. รัฐสมาชิก ต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของประเทศนั้นๆ และกฎหมายควบคุมการส่งออกที่ เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งรวมอยู่ในรายการควบคุมการส่งออก

มาตรา ๒๔

ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ๑. องค์การจะต้องร่วมมือกับทบวงการต่างๆ ในระบบของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากอวกาศส่วนนอกในทางสันติ(คอปูโอส) ๒. องค์การมีสิทธิที่จะจัดตั้งหุ้นส่วนความร่วมมือกับรัฐต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่รัฐสมาชิกขององค์การและ องค์การระหว่างประเทศและสถาบันอื่นๆเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ขององค์การโดยความ เห็นชอบของคณะมนตรีที่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งคณะมนตรีจะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกระบวนการ ที่เหมาะสม

มาตรา ๒๕

เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ๑. เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทั้งหลายที่องค์การ บุคคลของคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของ องค์การ และผู้แทนของรัฐสมาชิกจะได้รับในดินแดนของรัฐสมาชิกอันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ใหญ่ขององค์การจะกำหนดขึ้นโดยความตกลงที่เฉพาะเจาะจงซึ่งจะทำระหว่างองค์การกับรัฐ อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ๒. องค์การบุคคลของคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญขององค์การ และผู้แทนของรัฐสมาชิกจะ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในดินแดนของรัฐสมาชิกแต่ละรัฐเท่าที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติหน้าที่ขององค์การ หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การ เว้นแต่จะได้ตกลง กันเป็นอย่างอื่น เอกสิทธิ์ความคุ้มกันเหล่านั้นจะเป็นเช่นเดียวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่ คล้ายคลึงกันที่รัฐสมาชิกแต่ละรัฐให้แก่องค์การระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลและบุคลากร ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๒๖

การใช้สิ่งอำนวยความสะดวก ภายใต้บังคับของบทบัญญัติที่ว่าการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดตั้งขึ้นและ/หรือเป็นของ องค์การ สำหรับโครงการและกิจกรรมต่างๆขององค์การจะไม่ถูกกระทบกระเทือน องค์การจะ 13 จัดสิ่งอำนวยความสะดวกของตนให้รัฐสมาชิกได้ใช้ตามที่ร้องขอ คณะมนตรีจะจัดทำแนวทางและ กระบวนการตลอดจนวิธีปฏิบัติซึ่งทำให้รัฐสมาชิกสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นได้ บทที่ ๑๐ ข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๒๗

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญา ๑. รัฐสมาชิกใดที่ประสงค์จะเสนอให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้ จะต้องแจ้งให้ เลขาธิการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเลขาธิการจะต้องแจ้งให้รัฐสมาชิกทราบถึงการขอแก้ไข เปลี่ยนแปลงนั้นอย่างน้อยเป็นระยะเวลาสามเดือน ก่อนที่คณะมนตรีจะหารือกันในเรื่องข้อเสนอ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคณะมนตรีอาจเสนอข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาให้รัฐสมาชิกก็ได้ ๒. การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้จะต้องได้รับการรับเอาโดยคณะมนตรีโดย ฉันทามติ ๓. หลังจากที่คณะมนตรีมีมติรับเอาข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้แล้ว เลขาธิการจะต้อง แจ้งให้รัฐสมาชิกทุกรัฐทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการรับเอาข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง อนุสัญญานั้น โดยขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากรัฐสมาชิกตามขั้นตอนภายใน ของตน ๔. หลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้งการยอมรับอย่างเป็นทางการจากรัฐสมาชิกทุกรัฐแล้ว เลขาธิการ จะต้องเสนอต่อคณะมนตรีเพื่อทราบและส่งต่อให้รัฐบาลเจ้าภาพ รัฐบาลเจ้าภาพจะต้องแจ้ง ให้รัฐสมาชิกทุกรัฐทราบถึงวันที่มีผลใช้บังคับของข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาภายใน สามสิบวันหลังจากวันที่ได้รับการแจ้งการยอมรับจากรัฐสมาชิกทุกรัฐ บทที่ ๑๑ การให้สัตยาบัน การมีผลใช้บังคับ ฯลฯ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙

พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. 2550 มาตรา ๒๕ · arnon.work