มาตรา ๒๖
ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ๑. องค์การจะต้องร่วมมือกับทบวงการต่างๆ ในระบบของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากอวกาศส่วนนอกในทางสันติ(คอปูโอส) ๒. องค์การมีสิทธิที่จะจัดตั้งหุ้นส่วนความร่วมมือกับรัฐต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่รัฐสมาชิกขององค์การและ องค์การระหว่างประเทศและสถาบันอื่นๆเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ขององค์การโดยความ เห็นชอบของคณะมนตรีที่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งคณะมนตรีจะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกระบวนการ ที่เหมาะสม
เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ๑. เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทั้งหลายที่องค์การ บุคคลของคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของ องค์การ และผู้แทนของรัฐสมาชิกจะได้รับในดินแดนของรัฐสมาชิกอันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ใหญ่ขององค์การจะกำหนดขึ้นโดยความตกลงที่เฉพาะเจาะจงซึ่งจะทำระหว่างองค์การกับรัฐ อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ๒. องค์การบุคคลของคณะเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญขององค์การ และผู้แทนของรัฐสมาชิกจะ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในดินแดนของรัฐสมาชิกแต่ละรัฐเท่าที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติหน้าที่ขององค์การ หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การ เว้นแต่จะได้ตกลง กันเป็นอย่างอื่น เอกสิทธิ์ความคุ้มกันเหล่านั้นจะเป็นเช่นเดียวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่ คล้ายคลึงกันที่รัฐสมาชิกแต่ละรัฐให้แก่องค์การระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลและบุคลากร ที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิ่งอำนวยความสะดวก ภายใต้บังคับของบทบัญญัติที่ว่าการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดตั้งขึ้นและ/หรือเป็นของ องค์การ สำหรับโครงการและกิจกรรมต่างๆขององค์การจะไม่ถูกกระทบกระเทือน องค์การจะ 13 จัดสิ่งอำนวยความสะดวกของตนให้รัฐสมาชิกได้ใช้ตามที่ร้องขอ คณะมนตรีจะจัดทำแนวทางและ กระบวนการตลอดจนวิธีปฏิบัติซึ่งทำให้รัฐสมาชิกสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นได้ บทที่ ๑๐ ข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญา ๑. รัฐสมาชิกใดที่ประสงค์จะเสนอให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้ จะต้องแจ้งให้ เลขาธิการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเลขาธิการจะต้องแจ้งให้รัฐสมาชิกทราบถึงการขอแก้ไข เปลี่ยนแปลงนั้นอย่างน้อยเป็นระยะเวลาสามเดือน ก่อนที่คณะมนตรีจะหารือกันในเรื่องข้อเสนอ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคณะมนตรีอาจเสนอข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาให้รัฐสมาชิกก็ได้ ๒. การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้จะต้องได้รับการรับเอาโดยคณะมนตรีโดย ฉันทามติ ๓. หลังจากที่คณะมนตรีมีมติรับเอาข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาฉบับนี้แล้ว เลขาธิการจะต้อง แจ้งให้รัฐสมาชิกทุกรัฐทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการรับเอาข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลง อนุสัญญานั้น โดยขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากรัฐสมาชิกตามขั้นตอนภายใน ของตน ๔. หลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้งการยอมรับอย่างเป็นทางการจากรัฐสมาชิกทุกรัฐแล้ว เลขาธิการ จะต้องเสนอต่อคณะมนตรีเพื่อทราบและส่งต่อให้รัฐบาลเจ้าภาพ รัฐบาลเจ้าภาพจะต้องแจ้ง ให้รัฐสมาชิกทุกรัฐทราบถึงวันที่มีผลใช้บังคับของข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงอนุสัญญาภายใน สามสิบวันหลังจากวันที่ได้รับการแจ้งการยอมรับจากรัฐสมาชิกทุกรัฐ บทที่ ๑๑ การให้สัตยาบัน การมีผลใช้บังคับ ฯลฯ
การลงนามและการให้สัตยาบัน ๑. อนุสัญญาฉบับนี้จะเปิดให้มีการลงนามจนถึงวันที่ ๓๑กรกฎาคม๒๕๔๙ ๒. อนุสัญญาฉบับนี้จะต้องอยู่ภายใต้บังคับของการให้สัตยาบันหรือการยอมรับโดยรัฐที่อ้างถึง ในวรรค ๑ข้อ ๙ของอนุสัญญานี้ ๓. สัตยาบันสารหรือสารยอมรับจะต้องมอบไว้กับรัฐบาลเจ้าภาพ 14
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙