arnon.work

มาตรา ๗

มาตรา ๕

นโยบายด้านอุตสาหกรรม ๑. คณะมนตรีต้องจัดทำนโยบายด้านอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการดำเนินโครงการและ กิจกรรมต่างๆรวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิกอย่างคุ้มค่า ๒. ภาคอุตสาหกรรมของรัฐสมาชิกทั้งปวงจะต้องได้รับบุริมสิทธิ์/โอกาสมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ที่จะเข้าร่วมในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำโครงการและกิจกรรมขององค์การไปปฏิบัติ ๓. ในระหว่างการนำโครงการและกิจกรรมต่างๆขององค์การไปปฏิบัติ รวมทั้งการพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและผลผลิตจากเทคโนโลยีอวกาศที่เกี่ยวข้อง องค์การต้องทำให้แน่ใจว่ารัฐ สมาชิกทั้งปวงจะมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมตามสัดส่วนของเงินลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุน ด้านเทคโนโลยี ๔. แนวคิด “ผลตอบแทนที่ยุติธรรม” สำหรับรัฐสมาชิกต้องเป็นเสาหลักของนโยบายด้าน อุตสาหกรรมขององค์การองค์การต้องพยายามเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้าน อุตสาหกรรมของรัฐสมาชิก โดยการใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านอุตสาหกรรมที่มีอยู่ของ รัฐสมาชิกในเบื้องต้น โดยการพัฒนารวมทั้งการธำรงไว้ซึ่งเทคโนโลยีอวกาศและผลิตภัณฑ์ 4 ต่างๆ ดังกล่าว ตลอดจนการกระตุ้นให้มีการพัฒนาโครงสร้างทางอุตสาหกรรมตามความ ต้องการของตลาด ๕. นโยบายด้านอุตสาหกรรมต้องมีเป้าหมายหลักดังนี้ ก) การพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ให้แข่งขันได้โดยใช้การ ประกวดราคาแข่งขันอย่างเสรี ข) การกระจายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐสมาชิก เพื่อก่อให้เกิดความ เชี่ยวชาญเฉพาะที่จำเป็นสำหรับโครงการและกิจกรรมขององค์การ ๖. ในการนำนโยบายด้านอุตสาหกรรมไปปฏิบัติประธานคณะมนตรีจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ คณะมนตรี บทที่ ๒ ขอบเขตของความร่วมมือและกิจกรรมด้านความร่วมมือ

มาตรา ๖

ขอบเขตของความร่วมมือ องค์การจะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามสาขาแห่งความร่วมมือดังนี้ ๑. เทคโนโลยีอวกาศและโครงการการประยุกต์ใช้ประโยชน์ ๒. การสำรวจโลก การจัดการภัยพิบัติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การสื่อสารผ่านดาวเทียม การนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม ๓. การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ ๔. การศึกษา การฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์/ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ๕. การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง เพื่อการพัฒนาโครงการขององค์การ ตลอดจนการเผยแพร่ ข้อสนเทศทางวิชาการและข้อสนเทศอื่นที่เกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมขององค์การ ๖. โครงการความร่วมมืออื่นๆ ที่รัฐสมาชิกได้ตกลงกัน

มาตรา ๗

กิจกรรมพื้นฐาน ๑. กิจกรรมพื้นฐานขององค์การจะรวมถึง ก) การจัดทำแผนงานด้านกิจกรรมและพัฒนาอวกาศขององค์การ ข) การวิจัยขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ ค) การขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศที่ได้มีการพัฒนาถึงขั้นใช้งานได้แล้ว ง) การจัดกิจกรรมการศึกษา และฝึกอบรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อวกาศ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ประโยชน์ 5 จ) การบริหารงานและดูแลสำนักงานสาขา และสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจน ระบบเครือข่ายขององค์การ ฉ) ดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ๒. รัฐสมาชิกทั้งปวงต้องร่วมในกิจกรรมพื้นฐานดังกล่าวในวรรค ๑ของข้อนี้

มาตรา ๘

กิจกรรมทางเลือก ๑. นอกเหนือจากกิจกรรมพื้นฐานที่ระบุในข้อ ๗แล้ว องค์การจะต้องให้คำแนะนำและจัดให้มี โครงการด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์อวกาศและการประยุกต์ใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมแก่รัฐ สมาชิก สำหรับนำไปปฏิบัติร่วมกันโดยรัฐสมาชิกที่เลือกเข้าร่วมในโครงการดังกล่าว ๒. โครงการเช่นว่านั้นจะดำเนินการตามหลักของผลตอบแทนจากการลงทุน รัฐสมาชิกจะได้รับ ผลตอบแทนจากกิจกรรมที่เลือกไว้ ตามสัดส่วนของการลงทุนที่รัฐสมาชิกเข้าร่วม บทที่ ๓ สมาชิกภาพ

มาตรา ๙

สมาชิก ๑. องค์การจะเปิดรับสมาชิกทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ๒. รัฐสมาชิกจะมีสิทธิโดยสมบูรณ์ในการออกเสียงลงคะแนน ๓. รัฐสมาชิกทั้งปวงจะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการความร่วมมือและกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการโดย องค์การ ๔. รัฐสมาชิกทั้งปวงจะต้องมีส่วนร่วมชำระค่าบำรุงสำหรับการดำเนินงานขององค์การ ๕. การเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ขององค์การจะไม่มีผลกระทบต่อความร่วมมือทวิภาคีและพหุ ภาคีของรัฐสมาชิกที่มีในปัจจุบันหรืออนาคต ๖. รัฐสมาชิกใดๆ ของสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้าน อวกาศ อาจได้รับสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์โดยความเห็นชอบของคณะมนตรีอย่างเป็น เอกฉันท์ ผู้สังเกตการณ์จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมของคณะมนตรี ๗. รัฐที่มิได้อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ สามารถสมัครเป็น สมาชิกสมทบได้คณะมนตรีอาจพิจารณาตัดสินโดยฉันทามติให้เข้าร่วมองค์การ คณะมนตรี อาจตัดสินโดยฉันทามติในเรื่องข้อกำหนดและเงื่อนไขในการเข้าเป็นสมาชิกร่วม (การชำระ ค่าบำรุง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมพื้นฐาน และกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ ขององค์การ ฯลฯ)สมาชิกสมทบจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมของคณะมนตรี 6 บทที่ ๔องค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙