มาตรา ๔
พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ในพระราชกำหนดนี้ “อุทกภัย” หมายความว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐ ก “สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
ให้มีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยตามที่ บัญญัติไว้ในพระราชกำหนดนี้ ภายในวงเงินจำนวนไม่เกินสามแสนล้านบาท โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงินร่วมกันดำเนินการดังกล่าว
นอกเหนือจากการให้กู้ยืมเงินตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่ง ประเทศไทย ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเป็นการเฉพาะคราว เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย อัตราดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน ให้คิดเท่ากับร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่งต่อปี การให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน นอกจากจะให้กู้ ยืมโดยทำสัญญากู้ยืมแล้ว ธนาคาร แห่งประเทศไทยอาจให้กู้ยืมโดยการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินที่สถาบันการเงินผู้กู้เป็นผู้ออกก็ได้ การจัดสรรวงเงินในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
เงินที่สถาบันการเงินได้รับจัดสรรตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง ต้องนำไปใช้ในการ ให้กู้ยืมแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(๑) บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน สถานที่ประกอบอาชีพหรือสถาน ประกอบธุรกิจหรือการค้าของตนอยู่ในเขตพื้นที่อุทกภัย
(๒) ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทกภัย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙