มาตรา ๕
ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาแนวทางการดำเนินการเพื่อให้มีระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ภาคประมงที่กรมเจ้าท่าและกรมการจัดหางานดำเนินการอยู่ โดยให้มีการจัดเก็บข้อมูลการระบุ อัตลักษณ์บุคคลเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
(๒) กำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดเก็บข้อมูลการระบุอัตลักษณ์บุคคล รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ตลอดจนกำหนดให้มีการเชื่อมโยง ข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บข้อมูล จัดทำทะเบียนประวัติ และพิสูจน์อัตลักษณ์ของ แรงงานต่างด้าว เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
(๓) กำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบและรักษาข้อมูลตาม (๑) และ
(๒) ให้มีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ตัวตนของแรงงานต่างด้าว และมีระบบป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลดังกล่าว ไปใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้หน่วยงานตาม (๒) และ
(๓) มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลตามข้อ ๓
(๑) ให้เริ่มดำเนินการสำหรับแรงงาน ต่างด้าวในภาคประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำใน ๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการอาจประกาศพื้นที่เพิ่มเติมนอกเหนือจาก ๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลได้ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวสำหรับแรงงานอื่นนอกจากแรงงาน ตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง ในพื้นที่ใด ให้คณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดหน่วยงานที่มี หน้าที่รับผิดชอบและกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จ ในกรณีเช่นนี้ให้นำความในข้อ ๓ วรรค สอง มาใช้บังคับด้วย
การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวที่กรมการจัดหางานได้ดำเนินการ ก่อนที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไป จนกว่าคณะกรรมการจะกำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่ ดำเนินการแทนหรือกำหนดเป็นอย่างอื่น
ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่คณะกรรมการ และหน่วยงานที่ คณะกรรมการมอบหมายเพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่งนี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙