arnon.work

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๙/๒๕๖๐ เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะnull๙ มาตราลำดับ ๘๑ จาก ๑๐๘ ในไม่ระบุปี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ null
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
คำสั่ง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๙/๒๕๖๐ เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว โดยที่ระบบการตรวจสอบบุคคลบางประเภท ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ยังไม่สามารถ ตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ได้ถูกต้องตามหลักการอันเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ดังเช่นที่มี คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นจำนวนมากทั้งที่เข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมายและ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การจัดเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวกระจัดกระจายอยู่ใน ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานตามหน้าที่และอำนาจที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังใช้ระบบหรือวิธีการ ที่แตกต่างกันทำให้เกิดความยุ่งยากและล่าช้าในการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในทางราชการ จึงมีความจำเป็นจะต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว เพื่อทำหน้าที่จัดทำทะเบียนประวัติและการจัดเก็บข้อมูลจากแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้วิธีการหลายอย่างประกอบกันอย่างเป็นระบบ มีฐานทางกฎหมายรองรับ ถูกต้องชัดเจนเชื่อถือได้ และมีมาตรการปกป้องข้อมูลเหล่านี้มิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิ ในความเป็นอยู่ส่วนตัวเกินกว่าความจำเป็นในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามการทำลายความสงบเรียบร้อย และเป็นการรักษา ความมั่นคงของชาติด้านแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ในคำสั่งนี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของ แรงงานต่างด้าว “๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล” หมายความว่า จังหวัดกระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี

  2. มาตรา ๒

    ให้จัดตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมาย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง

  3. มาตรา ๓

    ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) พิจารณาแนวทางการดำเนินการเพื่อให้มีระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ภาคประมงที่กรมเจ้าท่าและกรมการจัดหางานดำเนินการอยู่ โดยให้มีการจัดเก็บข้อมูลการระบุ อัตลักษณ์บุคคลเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

    (๒) กำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดเก็บข้อมูลการระบุอัตลักษณ์บุคคล รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ตลอดจนกำหนดให้มีการเชื่อมโยง ข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บข้อมูล จัดทำทะเบียนประวัติ และพิสูจน์อัตลักษณ์ของ แรงงานต่างด้าว เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    (๓) กำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบและรักษาข้อมูลตาม (๑) และ

    (๒) ให้มีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ตัวตนของแรงงานต่างด้าว และมีระบบป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลดังกล่าว ไปใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้หน่วยงานตาม (๒) และ

    (๓) มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

  4. มาตรา ๔

    การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลตามข้อ ๓

    (๑) ให้เริ่มดำเนินการสำหรับแรงงาน ต่างด้าวในภาคประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำใน ๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการอาจประกาศพื้นที่เพิ่มเติมนอกเหนือจาก ๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลได้ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

  5. มาตรา ๕

    การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวสำหรับแรงงานอื่นนอกจากแรงงาน ตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง ในพื้นที่ใด ให้คณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดหน่วยงานที่มี หน้าที่รับผิดชอบและกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จ ในกรณีเช่นนี้ให้นำความในข้อ ๓ วรรค สอง มาใช้บังคับด้วย

  6. มาตรา ๖

    การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวที่กรมการจัดหางานได้ดำเนินการ ก่อนที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไป จนกว่าคณะกรรมการจะกำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่ ดำเนินการแทนหรือกำหนดเป็นอย่างอื่น

  7. มาตรา ๗

    ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่คณะกรรมการ และหน่วยงานที่ คณะกรรมการมอบหมายเพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่งนี้

  8. มาตรา ๘

    ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษา ความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

  9. มาตรา ๙

    คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน