arnon.work

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี พ.ศ. ๒๕๔๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๔๘๑๕ มาตราลำดับ ๑๖ จาก ๒๓ ในพ.ศ. ๒๕๔๐–๒๕๔๙

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๔๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี พ.ศ. ๒๕๔๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นปีที่ ๖๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัด กาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัด สกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี และกำหนด เขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๑๐๑ ก

  1. มาตรา ๑

    พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี พ.ศ. ๒๕๔๘”

  2. มาตรา ๒

    พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. มาตรา ๓

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกระบี่” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดกระบี่ และให้ เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  4. มาตรา ๔

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาฬสินธุ์” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดกาฬสินธุ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  5. มาตรา ๕

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดน่าน เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดน่าน” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดน่าน และให้ เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  6. มาตรา ๖

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์” โดยให้มีเขตอำนาจตลอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  7. มาตรา ๗

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพัทลุง เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพัทลุง และให้ เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  8. มาตรา ๘

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดมุกดาหาร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดมุกดาหาร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดมุกดาหาร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  9. มาตรา ๙

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดเลย เรียกว่า “สถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดเลย และให้เปิดทำการตั้งแต่ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๑๐๑ ก

  10. มาตรา ๑๐

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดสกลนคร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดสกลนคร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  11. มาตรา ๑๑

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดสมุทรสงคราม เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสงคราม” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัด สมุทรสงคราม และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  12. มาตรา ๑๒

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดหนองคาย เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองคาย” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัด หนองคาย และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  13. มาตรา ๑๓

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดอุตรดิตถ์ เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดอุตรดิตถ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  14. มาตรา ๑๔

    ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดอุทัยธานี เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุทัยธานี” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดอุทัยธานี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙เป็นต้นไป

  15. มาตรา ๑๕

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๑๐๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการเปิดทำการแผนกคดี เยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลจังหวัดน่าน ศาลจังหวัดพัทลุง ศาลจังหวัดมุกดาหาร ศาลจังหวัดเลย ศาลจังหวัดสกลนคร ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ศาลจังหวัดหนองคาย ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และศาลจังหวัดอุทัยธานี ประกอบกับมาตรา ๕๘(๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชน และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ได้กำหนดให้ศาลจังหวัด ที่มีเขตอำนาจเหนืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือ เยาวชนกระทำความผิดในกรณีที่ไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติและ ในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี และกำหนดเขตอำนาจของ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๓วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน