มาตรา ๒๒
หมวด ๓
มาตรา ๑๔–๒๔ · ๑๑ มาตรา
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๙ ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ไม่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่ง ของคณะกรรมการธุรกรรมโดยเร็ว
(๒) กรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้สำนักงานงดการดำเนินการตามคำสั่ ง ของคณะกรรมการธุรกรรมไว้ก่อน และแจ้งไปยังผู้เสียหายอื่นและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและเมื่อศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วให้สำนักงานดำเนินการต่อไปโดยเร็ว
ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แล้วแต่กรณี ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งหรือวันที่สำนักงานได้รับคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ต้องคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพิกถอนการยึดหรืออายัดเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือให้ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม แล้วแต่กรณี และให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องนำส่งเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการเพิกถอนการยึดหรืออายัด หรือเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม ตามรายการที่กำหนด ไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำนักงานกำหนด
(๒) กรณีที่บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลใดไม่เกี่ยวข้อง กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
เมื่อสำนักงานได้รับเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้คืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้เสียหายตามที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องโดยเร็ว เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก ในกรณีที่ไม่สามารถคืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้เสียหายตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อผู้เสียหายเพื่อให้ดำเนินการแจ้งความประสงค์ ให้มีการคืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นต่อไป
ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการเกิดขึ้นจากการโอนหรือแปลงสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหาย ให้ผู้เสียหายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการ ดังกล่าวโดยหักจากเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องคืนให้แก่ผู้เสียหาย
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหมวด ๓ ให้เลขาธิการกำหนดระยะเวลา และแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘/๑ วรรคสี่ และมาตรา ๘/๒ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ บัญญัติให้การรายงานและการตรวจสอบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การแจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับเงินคืนและผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้าน การยื่นและการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน การเสนอเรื่องและการพิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย การแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้อง และวิธีการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙