มาตรา ๘
หมวด ๒ การแจ้ง การยื่น และการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน
มาตรา ๘–๑๓ · ๖ มาตรา
เมื่อมีการประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศ ข้อมูลดังกล่าวในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบด้วย ในกรณีที่ทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้เสียหายทราบ โดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ หากผู้เสียหายไม่ได้แจ้งที่อยู่ดังกล่าว ให้ส่งไปยังที่อยู่ของผู้เสียหายที่ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร การแจ้งให้ผู้เสียหายทราบโดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามวรรคสอง ให้ถือว่า ผู้เสียหายได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีภายในประเทศ หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก
ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อสำนักงานเป็นหนังสือระบุข้อมูลของผู้เสียหาย จำนวนความเสียหาย และจำนวนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขอรับคืน รวมทั้งช่องทางการรับคืน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานแสดงความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับ บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) หลักฐานการร้องทุกข์ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งรวมถึงการร้องทุกข์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
(๒) สำเนาคำพิพากษาซึ่งศาลวินิจฉัยให้ได้รับเงินคืนในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี
ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อสำนักงานเป็นหนังสือพร้อมด้วยข้อมูลหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือชื่อนิติบุคคล และเลขทะเบียนนิติบุคคล รวมทั้งที่อยู่ และช่องทางที่ติดต่อ
(๒) ข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ในส่วนที่คัดค้านไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙