arnon.work

มาตรา ๕

มาตรา ๓

ผู้ใดประสงค์จะขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ให้ยื่นคำขอรับการจัดสรรเงินกองทุนต่อสำนักงาน พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(๒) รูปถ่ายขนาด ๔×๖ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป ซึ่งถ่ายครึ่งตัว หน้าตรงไม่สวมหมวก หรือแว่นตาสีเข้ม และไม่ใส่ผ้าโพกศีรษะ เว้นแต่ผู้ซึ่งมีความจำเป็นตามศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยม ของศาสนาของตน และถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกินหกเดือน เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๑๒ ก

(๓) โครงการเพื่อการผลิต การวิจัย หรือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งอย่างน้อยต้องมี รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ วิธีการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินงาน และผู้รับผิดชอบโครงการ

(๔) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด กรณีผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นนิติบุคคล ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล วัตถุประสงค์ของนิติบุคคล ผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล พร้อมเอกสาร หรือหลักฐาน ตาม (๓) และ

(๔) หากผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นเป็น ผู้ยื่นคำขอในนามหน่วยงานของรัฐ โดยให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคำสั่งแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตาม (๓) และ

(๔) ด้วย

มาตรา ๔

เมื่อสำนักงานได้รับคำขอรับการจัดสรรเงินกองทุนแล้ว ให้ตรวจสอบคำขอเอกสาร หรือหลักฐาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง หากเห็นว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน ถ้าผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องจนพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนทิ้งคำขอ และให้สำนักงานจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีที่สำนักงานตรวจสอบคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้สำนักงานเสนอคำขอต่อผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ เพื่อพิจารณากลั่นกรอง การจัดสรรเงินกองทุนต่อไป

มาตรา ๕

ในการพิจารณากลั่นกรองการจัดสรรเงินกองทุน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ จากบุคคลซึ่งมีความรู้และประสบการณ์สูงด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ การขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองทางวิชาการและเสนอความเห็นเพื่อประกอบ การพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการ หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองทางวิชาการ ในแต่ละโครงการ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๖

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติโครงการที่สมควรได้รับการจัดสรรเงินกองทุน ให้สำนักงานทำสัญญาเป็นหนังสือกับผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด การพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด และหากปรากฏหลักฐาน ในภายหลังว่า ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญา ให้คณะกรรมการเพิกถอนการอนุมัติ โครงการและเรียกเงินกองทุนที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนได้รับการจัดสรรไปแล้วคืนได้ เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๑๒ ก

มาตรา ๗

ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนรายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินที่ได้รับ การจัดสรรจากกองทุนต่อสำนักงานตามแบบที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงิน ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการระงับการจ่ายเงินงวดต่อไปไว้ก่อน แล้วรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนขอแก้ไขปรับปรุงโครงการ หากการแก้ไขปรับปรุง โครงการไม่มีผลกระทบต่อสาระสำคัญของโครงการที่ได้รับอนุมัติ ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา อนุมัติการแก้ไขปรับปรุงโครงการแล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบต่อไป

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555 มาตรา ๕ · arnon.work