arnon.work

พระราชกฤษฎีกา เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๓๘ มาตราลำดับ ๗๖ จาก ๑๕๕ ในพ.ศ. ๒๕๕๐–๒๕๕๙

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๓
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
  1. มาตรา ๑

    พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓”

  2. มาตรา ๒

    พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๖ ก

  3. มาตรา ๓

    ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

  4. มาตรา ๔

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕ ข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นข้าราชการ ในสังกัดส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกจากระบบราชการ

    (๒) ส่วนราชการที่ประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ

    (๓) ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเกินความจำเป็น

    (๔) ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปมากกว่าร้อยละสิบของ จำนวนข้าราชการทั้งหมดของส่วนราชการนั้น หรือ

    (๕) ส่วนราชการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด” มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน

    (๑) ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่ง ออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน “(๑) มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป เว้นแต่ข้าราชการทหารต้องมีอายุตั้งแต่สี่สิบห้าปี บริบูรณ์ขึ้นไป หรือมีเวลาราชการตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออก จากราชการ”

  5. มาตรา ๕

    ให้ยกเลิกความใน

    (๓) ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่ง ออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน “(๓) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวน หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ ลงโทษทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้นๆหรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท”

  6. มาตรา ๖

    ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๐ ให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับกับผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๖ แล้วและต่อมาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา โดยอนุโลม ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่สัญญาจ้างมีระยะเวลาเกินหนึ่งปี โดยให้นับรวมระยะเวลาการต่ออายุสัญญาจ้างด้วย เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๖ ก เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการจ้าง ตามสัญญาจ้างให้ทำงานในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ทั้งที่เป็น ส่วนราชการและที่เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ โดยผู้นั้นได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากเงิน งบประมาณแผ่นดินหรือเงินรายได้ของสถานศึกษาของรัฐนั้น”

  7. มาตรา ๗

    ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔และมาตรา ๕(๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือ ผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกานี้ มาใช้บังคับแก่ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามมาตรการ ปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒และให้ถือว่าข้าราชการดังกล่าว เป็นข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลัง ของส่วนราชการ และมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือ ผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑บัญญัติไว้

  8. มาตรา ๘

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๖ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน ตามโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการที่ใช้บังคับอยู่ ในปัจจุบัน ในส่วนที่เกี่ยวกับส่วนราชการที่เป็นสังกัดของข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ คุณสมบัติและ ลักษณะต้องห้ามของข้าราชการที่จะเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนมาตรการควบคุมข้าราชการผู้เข้าร่วมโครงการที่ ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วแต่ได้รับการจ้างให้ทำงานในหน่วยงานของรัฐในภายหลังยังไม่ครอบคลุมบางกรณี ที่เกิดขึ้นและทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าร่วมโครงการของข้าราชการบางประการ ทำให้มาตรการปรับปรุง อัตรากำลังของส่วนราชการตามนโยบายด้านการพัฒนาระบบราชการยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามนโยบายด้านการพัฒนา ระบบราชการ รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว และต่อมาได้รับการจ้างให้ทำงานในสถาบันอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๘๙ ก พระราชกฤษฎีกา เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุง อัตรากำลังของส่วนราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน