arnon.work

พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ พ.ศ. ๒๕๕๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๕ มาตราลำดับ ๔ จาก ๗ ในการศึกษา

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจ มหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของ สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ พ.ศ. ๒๕๕๘”

  2. มาตรา ๒

    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. มาตรา ๓

    ในพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ ที่จัดตั้งขึ้น ตามความตกลงจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามไว้ เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

  4. มาตรา ๔

    เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสำนักงานให้บรรลุผลตาม ความมุ่งประสงค์ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐๔ ก

    (๑) ให้ยอมรับนับถือว่าสำนักงานเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย

    (๒) ให้สำนักงาน ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงาน ให้แก่สำนักงาน รวมทั้งสมาชิกของคณะที่ปรึกษา ผู้แทนสมาชิกของสำนักงานและผู้แทนสำรอง ในคณะกรรมการบริหาร ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงจัดตั้งสำนักงาน วิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับสำนักงาน

  5. มาตรา ๕

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในความตกลง จัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ (Agreement Establishing ASEAN+3 Macroeconomic Research Office) เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของ ภูมิภาคอาเซียน+๓ (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office : AMRO) เป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค โดยการเฝ้าระวังสภาวะทางเศรษฐกิจ ของภูมิภาคและสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินแบบพหุภาคีตามกรอบอาเซียน+๓ และความตกลงดังกล่าว ได้กำหนดให้สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ ผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานให้แก่ สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ รวมทั้งที่ปรึกษา ผู้แทนของสมาชิกและผู้แทนสำรอง ในคณะกรรมการบริหาร ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานของสำนักงานวิจัย เศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ ในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน