มาตรา ๖
ให้ศาลแรงงานภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
ให้ศาลแรงงานภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดสุพรรณบุรี
บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ ยกเว้นอำเภอบางเสาธง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๑ บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลาง ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๗ บรรดาคดีของท้องที่เขตดอนเมือง เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดนนทบุรี และของท้องที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณา อยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปใน ศาลแรงงานภาค ๑ หรือศาลแรงงานภาค ๗ แล้วแต่กรณี สำหรับบรรดาคดีของท้องที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง กำหนดให้นั่งพิจารณาที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานกลาง
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลแรงงาน ยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค รวมทั้งสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค ๑ ถึงภาค ๙ และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายัง ศาลแรงงานได้โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ และโดยที่มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม บัญญัติว่า ศาลชั้นต้นมีเขตตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เขตอำนาจศาล เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙