พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๑๗ มาตราลำดับ ๑๐๔ จาก ๑๑๗ ในพ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๙
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๖๑
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ปรารภ
พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และ ศาลแรงงานภาค ๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจ ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑”
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก
ให้ศาลแรงงานกลางมีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานคร
ให้ศาลแรงงานภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
ให้ศาลแรงงานภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดสุพรรณบุรี
บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ ยกเว้นอำเภอบางเสาธง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๑ บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลาง ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๗ บรรดาคดีของท้องที่เขตดอนเมือง เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดนนทบุรี และของท้องที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณา อยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปใน ศาลแรงงานภาค ๑ หรือศาลแรงงานภาค ๗ แล้วแต่กรณี สำหรับบรรดาคดีของท้องที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง กำหนดให้นั่งพิจารณาที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานกลาง
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลแรงงาน ยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค รวมทั้งสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค ๑ ถึงภาค ๙ และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายัง ศาลแรงงานได้โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ และโดยที่มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม บัญญัติว่า ศาลชั้นต้นมีเขตตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เขตอำนาจศาล เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน