มาตรา ๓
ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือ ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของนักเรียนหรือนักศึกษา และให้หมายความรวมถึง บุคคลที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่ด้วยเป็นประจำ หรือที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่รับใช้การงาน “ครูหรือคณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ หรือบุคคลซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้าน การสอนและการวิจัยในสถานศึกษาอาชีวศึกษา “วิทยาลัย” หมายความรวมถึง ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก “องค์กรชุมชน” หมายความว่า ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชาชนรวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบห้าคน เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มีผลงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสถาบันการอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัย หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารับรอง และมีที่ตั้งแน่นอนอยู่ในท้องที่ จังหวัดที่วิทยาลัยนั้นตั้งอยู่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ บริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับ การจัดตั้งตามกฎหมายซึ่งวิทยาลัยตั้งอยู่ “ศิษย์เก่า” หมายความว่า ผู้ที่วิทยาลัยรับรองว่าสำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาในวิทยาลัยนั้น “ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้เป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง
ให้คณะกรรมการวิทยาลัยประกอบด้วย
(๑) กรรมการที่เป็นผู้แทนครูหรือคณาจารย์ จำนวนหนึ่งคน
(๒) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง จำนวนหนึ่งคน
(๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน
(๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน
(๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่า จำนวนหนึ่งคน
(๖) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นที่ จำนวนสองรูป หรือสองคน
(๗) กรรมการที่เป็นผู้แทนสถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรือ อุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ จำนวนไม่เกินห้าคน
(๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง ทางด้านการบริหารการอาชีวศึกษา ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม และการประมง ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านศิลปหัตถกรรม ด้านคหกรรมหรือด้านการศึกษาพิเศษ จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก ในกรณีที่วิทยาลัยใดไม่มีผู้แทนประเภทใดประเภทหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการวิทยาลัย
ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษา ที่วิทยาลัยนั้นสังกัด ในกรณีที่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการมีลักษณะต้องห้ามตาม
(๕) ได้ออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือหากได้มีการแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่า ตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการต้องห้ามดังกล่าวแล้วต่อผู้บริหาร สถานศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ถือว่าบุคคลนั้นมิได้ขาดคุณสมบัติ ในการนี้ ถ้ามิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ
ประธานกรรมการและกรรมการนอกจากจะมีคุณสมบัติตามข้อ ๓แล้ว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) กรรมการตามข้อ ๒
(๑) ต้องเป็นครูหรือคณาจารย์ของวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
(๒) กรรมการตามข้อ ๒
(๒) ต้องเป็นผู้ปกครองตามทะเบียนนักเรียนหรือนักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก
(๓) กรรมการตามข้อ ๒(๓) (๔) (๗) และ
(๘) ต้องไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
(๔) กรรมการตามข้อ ๒
(๕) ต้องเป็นผู้เคยศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนั้น และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
การสรรหาและการเลือกกรรมการให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ
(๕) ให้บุคคลแต่ละ ประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนประเภทละหนึ่งคน
(๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๓) และ
(๔) ให้องค์กรชุมชนหรือสภา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง แล้วแต่กรณี เสนอชื่อผู้แทนองค์กรละหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓และข้อ ๔ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเอง เป็นกรรมการผู้แทนองค์กรประเภทละหนึ่งคน
(๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒
(๖) ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการสรรหาหรือเลือกตามวิธีการที่เห็นสมควร เป็นกรรมการผู้แทนจำนวนสองรูปหรือสองคน
(๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒
(๗) ให้สถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษา ในพื้นที่แต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔แห่งละหนึ่งคนต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนจำนวนไม่เกินห้าคน
(๕) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๘) ให้ครูหรือคณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาของสถานศึกษา ผู้ปกครอง องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศิษย์เก่า สถานประกอบการ หอการค้าจังหวัด และองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ เสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓ และข้อ ๔ เพื่อเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้ประสงค์จะเข้ารับ การเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔เสนอชื่อตนเองต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกให้เป็นกรรมการตามข้อ ๒(๑) ถึง
(๗) ร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙