มาตรา ๕
ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษา ที่วิทยาลัยนั้นสังกัด ในกรณีที่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการมีลักษณะต้องห้ามตาม
(๕) ได้ออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือหากได้มีการแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่า ตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการต้องห้ามดังกล่าวแล้วต่อผู้บริหาร สถานศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ถือว่าบุคคลนั้นมิได้ขาดคุณสมบัติ ในการนี้ ถ้ามิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ
ประธานกรรมการและกรรมการนอกจากจะมีคุณสมบัติตามข้อ ๓แล้ว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) กรรมการตามข้อ ๒
(๑) ต้องเป็นครูหรือคณาจารย์ของวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
(๒) กรรมการตามข้อ ๒
(๒) ต้องเป็นผู้ปกครองตามทะเบียนนักเรียนหรือนักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก
(๓) กรรมการตามข้อ ๒(๓) (๔) (๗) และ
(๘) ต้องไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
(๔) กรรมการตามข้อ ๒
(๕) ต้องเป็นผู้เคยศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนั้น และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด
การสรรหาและการเลือกกรรมการให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ
(๕) ให้บุคคลแต่ละ ประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนประเภทละหนึ่งคน
(๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๓) และ
(๔) ให้องค์กรชุมชนหรือสภา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง แล้วแต่กรณี เสนอชื่อผู้แทนองค์กรละหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓และข้อ ๔ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเอง เป็นกรรมการผู้แทนองค์กรประเภทละหนึ่งคน
(๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒
(๖) ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการสรรหาหรือเลือกตามวิธีการที่เห็นสมควร เป็นกรรมการผู้แทนจำนวนสองรูปหรือสองคน
(๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒
(๗) ให้สถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษา ในพื้นที่แต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔แห่งละหนึ่งคนต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนจำนวนไม่เกินห้าคน
(๕) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๘) ให้ครูหรือคณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาของสถานศึกษา ผู้ปกครอง องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศิษย์เก่า สถานประกอบการ หอการค้าจังหวัด และองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ เสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓ และข้อ ๔ เพื่อเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้ประสงค์จะเข้ารับ การเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔เสนอชื่อตนเองต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกให้เป็นกรรมการตามข้อ ๒(๑) ถึง
(๗) ร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก
เมื่อได้ดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้บริหารสถานศึกษานำรายชื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจ ได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการมีมติให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ซึ่งทำให้เสื่อมเสียต่อวิทยาลัย หรือหย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๓หรือข้อ ๔
(๕) พ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น เฉพาะกรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนตามข้อ ๒(๖)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙