arnon.work

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๒๔ มาตราลำดับ ๔๐ จาก ๔๘ ในพ.ศ. ๒๕๕๐–๒๕๕๙

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๒
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศ
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๒ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓/๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ คณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๑คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการกฤษฎีกา แต่ละคณะตามมาตรา ๑๕ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่ สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    หลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการกฤษฎีกาให้เป็นไปตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ กฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๒

    (๒) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากการดำรงตำแหน่งที่สำคัญในทางกฎหมายหรือการ บริหารราชการแผ่นดินในขณะได้รับแต่งตั้งจะมีการพิจารณาสับเปลี่ยนเพื่อให้บุคคลอื่นที่ดำรง ตำแหน่งเดียวกันซึ่งได้รับแต่งตั้งในภายหลังหรือบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอื่นที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ มาปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการกฤษฎีกาแทนเว้นแต่ผู้ใดได้ปฏิบัติหน้าที่โดยแสดงความรู้ความ เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาแต่งตั้งใน ฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องต่อไป

    (๓) การพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้คำนึงถึงการเฉลี่ยประสบการณ์ตามสายงานด้าน ต่าง ๆเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบด้วยผู้มีความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการบริหารราชการแผ่นดินในสัดส่วนที่เหมาะสม (๔)๑ การพิจารณาโดยเฉลี่ยประสบการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน ระหว่างผู้ที่ เป็น ข้าราชการบำนาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสกับข้าราชการประจำ โดยผู้ที่เป็นข้าราชการบำนาญหรือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสต้องมีอายุไม่เกินแปดสิบห้าปีในวันที่ได้รับคัดเลือก เว้นแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ และสำหรับผู้ที่เป็นกรรมการกฤษฎีกาอยู่ก่อนต้องเป็นผู้ที่มีส่วน ร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ (๕)๒ การพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เป็นกลางและปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระ โดยไม่ อยู่ในระหว่างการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้มีอาชีพที่อาจขัดแย้งต่อการให้ความเห็นทาง กฎหมายในฐานะเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล เว้นแต่เป็นผู้ที่เคยเป็นกรรมการกฤษฎีกามาแล้ว ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นการแต่งตั้งต่อเนื่องกัน หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑จะมีมติเป็นอย่างอื่น ๑ ข้อ ๑(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การ คัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒ ข้อ ๑(๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การ คัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘ (๖)๓ ในการพิจารณาเพื่ อแต่งตั้ งเป็นกรรมการกฤษฎีกา ให้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถและประโยชน์ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับ และสำหรับผู้ที่เป็นกรรมการ กฤษฎีกาอยู่ก่อน ให้คำนึงถึงการมาประชุมโดยสม่ำเสมอด้วย เว้นแต่ไม่สามารถมาประชุมได้เนื่องจาก ไปเป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน

  2. มาตรา ๒

    ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้ที่ สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาตามจำนวนที่เห็นว่าเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กฤษฎีกาไม่เกินคณะละสิบคน เพื่อเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑พร้อมทั้งข้อมูลที่ เกี่ยวข้อง

  3. มาตรา ๓

    การให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาของ คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก

  4. มาตรา ๔

    เมื่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ได้พิจารณาเห็นชอบการคัดเลือกบุคคล ผู้ ที่ สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการายงานผลให้ นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป ประกาศณวันที่ ๒กันยายนพ.ศ. ๒๕๕๒ คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓ ข้อ ๑(๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การ คัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความ เห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๘กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๕๘เป็นต้นไป ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความ เห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๑

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน