arnon.work

มาตรา ๕

มาตรา ๓

เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะและเสนอประธาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งต่อไป การแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะตามวรรคหนึ่งให้สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาพิจารณาโดยคำนึงถึงกลุ่มกฎหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ความเหมาะสมของการ เฉลี่ยการปฏิบัติหน้าที่ตามปริมาณงานของแต่ละกลุ่มกฎหมาย การเฉลี่ยความรู้ความสามารถในแต่ละ ด้านของกรรมการกฤษฎีกาที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อให้มีองค์ประกอบที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ และกรณีอื่นที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการกฤษฎีกาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ๔

ให้ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธานกรรมการกฤษฎีกาต่อไป โดยให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอรายชื่อประธานกรรมการกฤษฎีกาไป พร้อมกับการเสนอคำสั่ง การแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ ตามข้อ ๓ด้วย ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งประธานกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ ให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอรายชื่อจากกรรมการกฤษฎีกาคนหนึ่ง เพื่อให้ประธานคณะกรรมการ กฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้ง การเสนอรายชื่ อประธานกรรมการกฤษฎีกาตามวรรคสอง ให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่เป็นประธาน กรรมการกฤษฎีกาของคณะที่จะได้รับการแต่งตั้ง ความมีประสบการณ์สูงในการปฏิบัติหน้าที่เป็น กรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติหน้าที่ที่แสดงให้เห็นถึงการเสนอความคิดเห็นเป็นที่ยุติ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓ก/หน้า ๑๘/๑๗มกราคม๒๕๕๑ ของงานร่างกฎหมายและงานให้ความเห็นทางกฎหมายอย่างเหมาะสมและการดำรงตำแหน่งใน ระดับสูงของการบริหารราชการแผ่นดินหรือกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไป

มาตรา ๕

ให้คำสั่งประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๑/๒๕๔๙เรื่ อง การแบ่ง กรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ ลงวันที่ ๖พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาขึ้นใหม่ ให้ไว้ ณวันที่ ๑๖มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙