arnon.work

ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ และการแต่งตั้งประธานกรรมการกฤษฎีกาแต่ละคณะ พ.ศ. ๒๕๕๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๑๕ มาตราลำดับ ๓ จาก ๔ ในพ.ศ. ๒๕๕๐–๒๕๕๙

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๑
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ระเบียบ
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ และการแต่งตั้งประธานกรรมการกฤษฎีกาแต่ละคณะ พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ กฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๑ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการแบ่ง กรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ และการแต่งตั้งประธานกรรมการกฤษฎีกาแต่ละคณะ พ.ศ. ๒๕๕๑”

  2. มาตรา ๒

    ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. มาตรา ๓

    เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะและเสนอประธาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งต่อไป การแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะตามวรรคหนึ่งให้สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาพิจารณาโดยคำนึงถึงกลุ่มกฎหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ความเหมาะสมของการ เฉลี่ยการปฏิบัติหน้าที่ตามปริมาณงานของแต่ละกลุ่มกฎหมาย การเฉลี่ยความรู้ความสามารถในแต่ละ ด้านของกรรมการกฤษฎีกาที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อให้มีองค์ประกอบที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ และกรณีอื่นที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการกฤษฎีกาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  4. มาตรา ๔

    ให้ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธานกรรมการกฤษฎีกาต่อไป โดยให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอรายชื่อประธานกรรมการกฤษฎีกาไป พร้อมกับการเสนอคำสั่ง การแบ่งกรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ ตามข้อ ๓ด้วย ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งประธานกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ ให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอรายชื่อจากกรรมการกฤษฎีกาคนหนึ่ง เพื่อให้ประธานคณะกรรมการ กฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้ง การเสนอรายชื่ อประธานกรรมการกฤษฎีกาตามวรรคสอง ให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่เป็นประธาน กรรมการกฤษฎีกาของคณะที่จะได้รับการแต่งตั้ง ความมีประสบการณ์สูงในการปฏิบัติหน้าที่เป็น กรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติหน้าที่ที่แสดงให้เห็นถึงการเสนอความคิดเห็นเป็นที่ยุติ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓ก/หน้า ๑๘/๑๗มกราคม๒๕๕๑ ของงานร่างกฎหมายและงานให้ความเห็นทางกฎหมายอย่างเหมาะสมและการดำรงตำแหน่งใน ระดับสูงของการบริหารราชการแผ่นดินหรือกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไป

  5. มาตรา ๕

    ให้คำสั่งประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๑/๒๕๔๙เรื่ อง การแบ่ง กรรมการกฤษฎีกาออกเป็นคณะ ลงวันที่ ๖พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาขึ้นใหม่ ให้ไว้ ณวันที่ ๑๖มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน