มาตรา ๑๖
หมวด ๔ การบริการข้อมูลข่าวสาร
มาตรา ๑๔–๑๗ · ๔ มาตรา
สำนักงานจะอนุญาตให้ตรวจดูข้อมูลข่าวสารของสำนักงานได้แต่ในกรณีที่ เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ และสำนักงานจะไม่อนุญาตในกรณีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) การตรวจหรือขอข้อมูลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าส่วนตน หรือเป็นการ ขอข้อมูลที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(๒) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ประสิทธิภาพในการ บังคับใช้กฎหมายความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐหรือเป็นเรื่องที่ทางราชการยังไม่ เปิดเผยและกำหนดชั้นความลับ
(๓) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้อื่น
(๔) เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
การเข้าค้นคว้าและอ้างอิงข้อมูลในเรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงาน ต้อง กระทำภายในขอบเขตและภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) เรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงานและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องต้องไม่เป็นเรื่องที่มี ชั้นความลับ เว้นแต่มีสภาพเป็นเอกสารประวัติศาสตร์แล้ว
(๒) การขอทำสำเนารายงานการประชุมที่ไม่มีการรับรองในเรื่องพิจารณาเสร็จของ สำนักงานไม่ว่าโดยวิธีการใด สำนักงานจะไม่อนุญาต เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นหรือได้รับอนุญาต จากเลขาธิการ
(๓) ในกรณีที่สำนักงานอนุญาตให้ค้นคว้าด้วยตนเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ สำนักงานหรือเอกสารหรือหนังสืออื่นใด ต้องปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วย การใช้ห้องสมุดสำหรับบุคคลภายนอก
(๔) ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์ที่จะนำข้อมูลในเรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงานไปใช้ใน การดำเนินคดี ต้องมีหมายเรียกพยานเอกสารจากศาล
ในกรณีที่มีคำขอสำเนาและสำนักงานอนุญาตให้ทำสำเนาได้ ให้เจ้าหน้าที่ที่ ดูแลรักษาเอกสารนั้นจัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ยื่นคำขอ ภายในวันทำการนั้นถ้าไม่อาจดำเนินการภายในวันทำการนั้น ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่น คำขอมารับแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อาจขยายระยะเวลาออกไปได้แต่ต้อง ไม่เกินสามสิบวันทำการ การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่งตลอดจนวันเดือนปี ให้ชัดเจน ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารโดยวิธีนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องชำระ ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารและค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้
ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไป ตามระเบียบหรือคำสั่งของสำนักงาน ประกาศณวันที่ ๑๕สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๕๐ พรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙