arnon.work

มาตรา ๕

มาตรา ๓

ให้นักกฎหมายกฤษฎีกามีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑

(๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒

(๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓

มาตรา ๔

นักกฎหมายกฤษฎีกาแต่ละชั้นตามข้อ ๓ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามของการเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยดำรง ตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญหรือนิติกร ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและต้องมี คุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๘ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๖ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมาย การให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓ก/หน้า ๒๐/๑๗มกราคม๒๕๕๑

(๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๔ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ชำนาญการ หลักเกณฑ์การกำหนดความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของนักกฎหมาย กฤษฎีกาแต่ละชั้นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายและเนื้อหากฎหมายของประเทศ

(๒) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรม การร่างกฎหมายการ ตีความกฎหมายและระบบการบริหารราชการแผ่นดิน

(๓) ความสามารถในการประยุกต์ใช้กฎหมาย

(๔) ความสามารถในการศึกษาวิจัยทางกฎหมายหรือเปรียบเทียบกฎหมายทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ

(๕) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายระดับประเทศ

มาตรา ๕

ให้ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่ง ระดับ ๙ระดับ ๑๐และระดับ ๑๑ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนักบริหารหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นนักกฎหมาย กฤษฎีกาชั้นที่ ๑ตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้น ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็น นักกฎหมายกฤษฎีกา

มาตรา ๖

มาตรฐานหน้าที่และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของนัก กฎหมายกฤษฎีกาในแต่ละชั้น ให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนด ให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจหน้าที่ให้ความ เห็นชอบหลักสูตรนักกฎหมายกฤษฎีกา และกำหนดหลักเกณฑ์การทดสอบและการประเมินผลงาน ทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักกฎหมายกฤษฎีกา

มาตรา ๗

ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓จะต้องเป็น ผู้ที่ผ่านการอบรมและการทดสอบความรู้ในหลักสูตรการศึกษาสำหรับนักกฎหมายกฤษฎีกาและผ่าน การทดสอบการปฏิบัติหน้าที่นักกฎหมายกฤษฎีกา ตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกากำหนด ภายใต้บังคับข้อ ๕การแต่งตั้งนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒และนักกฎหมาย กฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ให้แต่งตั้งเมื่อผู้นั้นดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนในระดับที่กำหนดเป็น คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งสำหรับการเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามข้อ ๔และต้องผ่านการประเมินผล งานทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติ หน้าที่ ในการนี้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาอาจกำหนดให้ผู้นั้นต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่เห็นสมควรหรือให้มี การทดสอบด้วยวิธีการอื่นก่อนได้รับการแต่งตั้งก็ได้ เมื่อ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นชอบให้ผู้ใดดำรงตำแหน่ง นักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นใดแล้วให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็น นักกฎหมายกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙