arnon.work

ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐของกรมทางหลวงเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๔๒๔ มาตราลำดับ ๑๖ จาก ๒๖ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๔๒
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐของกรมทางหลวงเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทานพ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามที่มีประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐของกรมทางหลวง ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. ๒๕๔๒พ.ศ. ๒๕๖๖ประกาศ ณวันที่ ๒๐ตุลาคม๒๕๖๖ไว้แล้วนั้น โดยประกาศกระทรวงคมนาคมดังกล่าวกำหนดให้ข้าราชการที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๑๐ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖แต่เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรมทางหลวง มีจำนวนข้าราชการที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปไม่เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕คณะกรรมการว่าด้วยการปรับ เป็นพินัยพิจารณาตามเรื่องเสร็จที่ ๖๔๕/๒๕๖๗มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวงดำเนินการแตกต่างจาก ข้อ ๑๐แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ ในเรื่องระดับของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่กรมทางหลวงขออนุมัติ โดยให้สามารถเสนอรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดบัญชีรายชื่อข้าราชการระดับปฏิบัติการหรือระดับปฏิบัติงานซึ่งรับราชการ ในกรมทางหลวงมาแล้วตั้งแต่สามปีขึ้นไป ให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยได้ โดย ข้าราชการระดับปฏิบัติงานต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ว่าด้วยการปรับเป็นพินัยและกฎหมายที่ต้องดำเนินการปรับเป็นพินัยที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวงด้วย ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐของ กรมทางหลวงให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทานพ.ศ. ๒๕๔๒พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกาศณวันที่ ๒๐ตุลาคม๒๕๖๖

  2. มาตรา ๒

    ให้ข้าราชการสังกัดกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองกรมทางหลวงตำแหน่ง ระดับปฏิบัติงาน และปฏิบัติการขึ้นไปซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับ เป็นพินัย สำหรับความผิดตามมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทานพ.ศ. ๒๕๔๒

    (๑) ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง

    (๒) วิศวกรโยธา

    (๓) นายช่างโยธาและนายช่างไฟฟ้า

    (๔) นักวิชาการคอมพิวเตอร์

    (๕) นักวิชาการสถิติ ทั้งนี้ ข้าราชการที่มีตำแหน่งระดับปฏิบัติการหรือระดับชำนาญงานต้องรับราชการ ในกรมทางหลวงมาแล้วตั้งแต่สามปีขึ้นไป และกรณีข้าราชการที่มีตำแหน่งระดับชำนาญงานต้องผ่าน การฝึกอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัยและกฎหมาย ที่ต้องดำเนินการปรับเป็นพินัยที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงด้วย

  3. มาตรา ๓

    สำหรับความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทานพ.ศ.๒๕๔๒ ที่กำหนดค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับ เป็นพินัยคนเดียวมีอำนาจปรับเป็นพินัย

  4. มาตรา ๔

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ประกาศณวันที่ ๒๕กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๖๗ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๒๒๑ง/หน้า ๑๖/๑๕สิงหาคม๒๕๖๗

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน