arnon.work

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๖๓ มาตราลำดับ ๑ จาก ๒๖ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๖
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มาตรา ๑๔และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ข้อ ๑๐ กำหนดให้กรณีที่กฎหมายซึ่งบัญญัติความผิดทางพินัยมิได้บัญญัติให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใด มีอำนาจปรับเป็นพินัย ให้รัฐมนตรีประกาศกำหนดบัญชีรายชื่อตำแหน่งข้าราชการและพนักงาน ของหน่วยงานของรัฐที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่าเป็นผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย จึงเป็นการสมควรกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เพื่อให้การดำเนินการปรับเป็นพินัยของกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    กำหนดข้าราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามบัญชีรายชื่อตำแหน่ง แนบท้ายประกาศนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในกรณีความผิดทางพินัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

  2. มาตรา ๒

    กรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท กำหนดให้เจ้าหน้าที่ ตามข้อ ๑ตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย กรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงเกิน หนึ่งหมื่นบาท ให้ทำเป็นองค์คณะ ซึ่งองค์คณะประกอบด้วย หัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน และองค์คณะ อีกไม่น้อยกว่าสองคน

  3. มาตรา ๓

    ให้เจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ ดังนี้

    (๑) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิดหรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในราชการส่วนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้มีอำนาจปรับ

    (๒) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในกรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน ณสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ เป็นผู้มีอำนาจปรับในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน

    (๓) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดอื่นนอก เขตกรุงเทพมหานครให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานณสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัด เป็นผู้มีอำนาจปรับในเขตพื้นที่จังหวัดของตน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๒๘กันยายนพ.ศ. ๒๕๖๖ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๖๑ง/หน้า ๓/๒๐ตุลาคม๒๕๖๖ บัญชีรายชื่อตำแหน่ง แนบท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๘กันยายนพ.ศ. ๒๕๖๖ ลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ รายชื่อตำแหน่ง อธิบดี รองอธิบดี ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ผู้อำนวยการกองนิติการ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการแรงงาน นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ นิติกรชำนาญการพิเศษ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ นิติกรชำนาญการ เจ้าพนักงานแรงงานอาวุโส

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน