arnon.work

ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๒๒ มาตราลำดับ ๑ จาก ๔ ในกระทรวงพลังงาน

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๒
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกาศบังคับใช้ และตามมาตรา ๓๙มีผลให้ความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว ตามพระราชบัญญัติกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒เป็นความผิดทางพินัย โดยถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายตามบัญชี ๑ (ลำดับที่ ๒) ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ในส่วนที่ เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของตน จะต้องดำเนินการประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงออกประกาศกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยในความผิดทางพินัยตามความในมาตรา ๔๑และมาตรา ๔๔แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย ๑)ผู้อำนวยการสำนักผู้อำนวยการ ๒)ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ๓)ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและบริหารองค์กร ๔)ผู้อำนวยการสำนักที่เรียกชื่ออย่างอื่น

  2. มาตรา ๒

    กรณีค่าปรับเป็นพินัยที่กฎหมายบัญญัติไว้มีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามข้อ ๑เพียงคนเดียว เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๘ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๖๙ง/หน้า ๘/๓๐ตุลาคม๒๕๖๖

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน