ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๖๕ มาตราลำดับ ๒ จาก ๑๔ ในพ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๙
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๖๖
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- ประกาศ
ปรารภ
ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามที่มาตรา ๑๔วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้กรณีค่าปรับเป็นพินัยที่กฎหมายบัญญัติไว้มีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท ต้องกระทำ เป็นองค์คณะซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ของรัฐไม่น้ อยกว่าสามคนและตามข้อ ๑๐วรรคสี่ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖กำหนดให้ การพิจารณาปรับเป็นพินัยเรื่องใดที่ต้องทำเป็นองค์คณะให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนด ผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะและองค์คณะจากบัญชีตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนด เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๖๖ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๐แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกอบกับข้อ ๕และข้อ ๘วรรคสองแห่งกฎกระทรวงการแสวงหาข้อเท็จจริงการรวบรวมพยานหลักฐาน และการชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหาพ.ศ. ๒๕๖๖และข้อ ๑๐วรรคสี่ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติ ในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเรื่อง กำหนดองค์คณะ ที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัย มีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖”
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖เป็นต้นไป
ให้ยกเลิกประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะ ที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัย มีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖ประกาศณวันที่ ๓๑ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นองค์คณะที่มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดในเขตกรุงเทพมหานคร
(๑) อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นหัวหน้าองค์คณะ
(๒) ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เป็นองค์คณะ
(๓) นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะและเลขานุการ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๓๒๓ง/หน้า ๒๒/๒๕ธันวาคม๒๕๖๖ ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งหรือผู้ที่องค์คณะมอบหมาย ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง สำหรับการกระทำความผิดทางพินัยที่เกิดขึ้น และการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิด ในเขตกรุงเทพมหานครและให้ผู้อำนวยการกองกฎหมายเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางพินัยต่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือ และแจ้งให้ ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งลงลายมือชื่อในคำสั่งปรับเป็นพินัยทุกคนและส่งคำสั่งให้ ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นองค์คณะที่มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาทในความผิดเกี่ยวกับกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งได้เกิด อ้างหรือเชื่อว่า ได้เกิดในเขตพื้นที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบ
(๑) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไป หรือนายช่างเทคนิค ไม่ต่ำกว่าระดับอาวุโสขึ้นไป ที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒เป็นหัวหน้าองค์คณะ ในกรณีผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุน บริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เป็นหัวหน้าคณะ
(๒) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไปที่ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒เป็นองค์คณะ ในกรณีรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะ
(๓) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไป ที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพหรือเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพในศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒ แล้วแต่กรณี เป็นองค์คณะและเลขานุการในกรณีที่หัวหน้ากลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะและเลขานุการ ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งหรือผู้ที่องค์คณะมอบหมาย ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง สำหรับการกระทำความผิดทางพินัยที่เกิดขึ้น ในเขตพื้นที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบ และให้ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่๑- ๑๒หรือผู้อำนวยการกองกฎหมายกรณีผู้อำนวยการ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วแต่กรณี เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางพินัยต่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือ และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง หรือแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งลงลายมือชื่อในคำสั่งปรับเป็นพินัยทุกคนและส่งคำสั่งให้ ผู้ถูกกล่าวหาทราบ ข้อ ๖ ให้องค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การปรับเป็นพินัย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกาศณวันที่ ๔ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน