พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๒๒๙๒ มาตรา๙ หัวข้อลำดับ ๑ จาก ๑ ในคนเข้าเมือง
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๒๑ จุด
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับรวมการแก้ไข
- การแก้ไขภายหลัง
- รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
- ลำดับศักดิ์
- พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
หมวด ๒ การเขาและออกนอกราชอาณาจัร
๑๒ มาตราบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะตองเดิน ทางเขามาหรือออกไปตามช9องทาง ด9านตรวจคนเขาเมือง เขตท9า สถานี หรือทองที่และตาม กำหนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะไดประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หามมิใหคนต9างดาวซึ่งมีลักษณะอย9างใดอย9างหนึ่งดังต9อไปนี้เขามาใน ราชอาณาจักร
(๑) ไม9มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางอันถู ตองและยัง สมบูรณ0อยู9 หรือมีแต9ไม9ไดรับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง เช9นว9านั้นจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต9างประเทศหรือจากกระทรวงการต9างประเทศเวนแต9 กรณีที่ไม9ตองมีการตรวจลงตราสำหรับคนต9างดาวบางประเภทเป1นกรณีพิเศษ การตรวจลงตราและการยกเวนการตรวจลงตราใหเป1นไปตามหลักเกณฑ0วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง การตรวจลงตราตาม(๑) ใหเสียค9าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๒) ไม9มีป4จจัยในการยังชีพตามควรแก9กรณีที่เขามาในราชอาณาจักร
(๓) เขามาเพื่อมีอาชีพเป1นกรรมกร หรือเขามาเพื่อรับจางทำงานดวยกำลังกาย โดย ไม9ไดอาศัยวิชาความรูหรือการฝRกทางวิชาการ หรือเขามาเพื่อทำงานอื่นอันเป1นการฝSาฝTนกฎหมายว9า ดวยการทำงานของคนต9างดาว
(๔) วิกลจริตหรือมีโรคอย9างใดอย9างหนึ่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๕) ยังมิไดปลูกฝ2ปUองกันไขทรพิษหรือฉีดวัคซีนหรือปฏิบัติการอย9างอื่นตาม วิชาการแพทย0เพื่อปUองกันโรคติดต9อตามที่กฎหมายบัญญัติและไม9ยอมใหแพทย0ตรวจคนเขาเมือง กระทำการเช9นว9านั้น
(๖) เคยไดรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลไทยหรือคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมาย หรือคำพิพากษาของศาลต9างประเทศ เวนแต9เป1นโทษสำหรับความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได กระทำโดยประมาทหรือความผิดที่ยกเวนไวในกฎกระทรวง
(๗) มีพฤติการณ0เป1นที่น9าเชื่อว9าเป1นบุคคลที่เป1นภัยต9อสังคม หรือจะก9อเหตุรายให เกิดอันตรายต9อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห9งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจาหนาที่รัฐบาลต9างประเทศไดออกหมายจับ
(๘) มีพฤติการณ0เป1นที่น9าเชื่อว9าเขามาเพื่อการคาประเวณี การคาหญิงหรือเด็ก การคายาเสพติดใหโทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากรหรือเพื่อประกอบกิจการอื่นที่ขัดต9อความสงบ เรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(๙) ไม9มีเงินติดตัวหรือไม9มีประกันตามที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๑๔ (๑๐)รัฐมนตรีไม9อนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖
(๑๑) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลต9างประเทศเนรเทศ หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยู9 อาศัยในราชอาณาจักรหรือในต9างประเทศมาแลว หรือถูกพนักงานเจาหนาที่ส9งกลับออกไปนอก ราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยเสียค9าใชจ9าย ทั้งนี้ เวนแต9รัฐมนตรีไดพิจารณายกเวนใหเป1นกรณีพิเศษ เฉพาะราย การตรวจวินิจฉัยโรค ร9างกายหรือจิต ตลอดจนการปฏิบัติการเพื่อปUองกันโรคติดต9อ ใหใชแพทย0ตรวจคนเขาเมือง
คนต9างดาวดังต9อไปนี้ใหไดรับยกเวนไม9ตองมีหนังสือเดินทางหรือ งสือเดินทาง
(๑) ผูควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะทางน้ำหรือทางอากาศซึ่งเพียงแต9แวะ เขามายังท9า สถานี หรือทองที่ ในราชอาณาจัรแลวกลับออกไป เพื่อประโยชน0ในการควบคุมบุคคลดังกล9าว พนักงานเจาหนาที่จะออกหนังสือสำคัญ ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงเพื่อใหถือไวก็ได
(๒) คนสัญชาติของประเทศที่มีอาณาเขตติดต9อกับประเทศไทยเดินทางขาม พรมแดนไปมาชั่วคราวโดยปฏิบัติตามขอตกลงระหว9างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห9งประเทศนั้น
(๓) คนโดยสารรถไฟผ9านแดนซึ่งถือตั๋วโดยสารทอดเดียวตลอดเพียงแต9ผ9านอาณา เขตประเทศไทยไปนอกราชอาณาจักรตามขอตกลงระหว9างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห9งประเทศนั้น ๆ และรวมตลอดถึงผูควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะแห9งรถไฟเช9นว9านั้นดวย
รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดใหคนต9างดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรมีเงิน ติดตัว หรือมีประกันหรือจะยกเวนภายใตเงื่อนไขใด ๆก็ได ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศตามวรรคหนึ่งมิใหใชบังคับแก9เด็กอายุต่ำกว9าสิบสองป2
คนต9างดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรตราบเท9าที่อยู9ในฐานะดังต9อไปนี้ ใหไดรับการยกเวนไม9ตองปฏิบัติการตามหนาที่ของคนต9างดาวตามที่กำหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ นอกจากการปฏิบัติหรือการตองหามตามมาตรา ๑๑มาตรา ๑๒(๑)
(๔) และ(๕) และมาตรา ๑๘ วรรคสอง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) บุคคลในคณะผูแทนทางทูตซึ่งรัฐบาลต9างประเทศส9งเขามาปฏิบัติหนาที่ใน ราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ9านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหนาที่ในประเทศอื่น
(๒) พนักงานฝSายกงสุลและลูกจางฝSายกงสุลซึ่งรัฐบาลต9างประเทศส9งเขามาปฏิบัติ หนาที่ในราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ9านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหนาที่ในประเทศอื่น
(๓) บุคคลซึ่งรัฐบาลต9างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยใหเขามาปฏิบัติ หนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร
(๔) บุคคลซึ่งปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักรเพื่อรัฐบาลไทยตามความ ตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับรัฐบาลต9างประเทศ
(๕) หัวหนาสำนักงานขององค0การหรือทบวงการระหว9างประเทศที่ มีกฎหมาย คุมครองการดำเนินงานในประเทศไทย หรือซึ่งรัฐบาลไทยไดใหความเห็นชอบดวยแลว และรวมถึง พนักงานหรือผูเชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นซึ่งองค0การหรือทบวงการเช9นว9านั้นแต9งตั้งหรือมอบหมายให ปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร เพื่อองค0การหรือทบวงการดังกล9าว หรือเพื่อรัฐบาลไทย ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับองค0การหรือทบวงการระหว9างประเทศนั้น
(๖) คู9สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู9ในความอุปการะและเป1นส9วนแห9งครัวเรือนของบุคคล ตาม(๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕)
(๗) คนรับใชส9วนตัวซึ่งเดินทางจากต9างประเทศเพื่อมาทำงานประจำเป1นปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลตาม
(๑) หรือบุคคลซึ่งไดรับเอกสิทธิเท9าเทียมกันกับบุคคลซึ่งมีตำแหน9งทางทูต ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับรัฐบาลต9างประเทศหรือกับองค0การหรือทบวงการระหว9าง ประเทศ ในกรณีตาม(๑) (๒) (๖) หรือ
(๗) ใหเป1นไปตามพันธกรณีระหว9างประเทศและหลัถอยทีถอยปฏิบัติต9อกัน ใหพนักงานเจาหนาที่มีอำนาจสอบถามและขอดูหลักฐานเพื่อสอบสวนว9าบุคคลซึ่ง เขามาในราชอาณาจักรนั้นเป1นผูไดรับยกเวนตามมาตรานี้
ในกรณีที่มีพฤติการณ0ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว9า เพื่อประโยชน0แก9ประเทศหรือ เพื่อความสงบเรียบรอยวัฒนธรรมหรือศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชนไม9สมควร อนุญาตใหคนต9างดาวผูใดหรือจำพวกใดเขามาในราชอาณาจักรรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งไม9อนุญาตใหคน ต9างดาวผูนั้นหรือจำพวกนั้นเขามาในราชอาณาจักรได
ในกรณีพิเศษเฉพาะเรื่อง รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจะ อนุญาตใหคนต9างดาวผูใดหรือจำพวกใดเขามาอยู9ในราชอาณาจักรภายใตเงื่อนไขใด ๆหรือจะยกเวน ไม9จำตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีใดๆก็ได
พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจักร เพื่อการนี้ บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรตองยื่นรายการ ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงและผ9านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจาหนาที่ของด9านตรวจคน เขาเมืองประจำเสนทางนั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในการตรวจและพิจารณาว9าคนต9างดาวผูใดตองหามมิใหเขามาใน ราชอาณาจักรหรือไม9 พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจพิจารณาอนุญาตใหคนต9างดาวผูนั้นไปพักอาศัยอยู9 ณที่ที่เห็นสมควร โดยใหคำรับรองว9าจะมาพบพนักงานเจาหนาที่เพื่อรับทราบคำสั่งตามวันเวลา และ สถานที่ที่กำหนดก็ได หรือถาพนักงานเจาหนาที่เห็นสมควรจะเรียกประกันหรือเรียกทั้งประกันและ หลักประกันก็ได หรือพนักงานเจาหนาที่จะกักตัวผูนั้นไว ณสถานที่ใดตามที่เห็นเหมาะสมเพื่อ ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได เพื่อประโยชน0แห9งบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจเรียกบุคคลซึ่ง มีเหตุอันควรเชื่อว9าถอยคำของบุคคลนั้นอาจเป1นประโยชน0แก9กรณีที่สงสัยใหมาสาบานหรือปฏิญาณ ตนและใหถอยคำต9อพนักงานเจาหนาที่ได ถามีเหตุอันควรสงสัยว9าคนต9างดาวผูใดเขามาในราชอาณาจักรเพื่อการอันระบุใน มาตรา ๑๒(๘) หรือมีส9วนเกี่ยวของกับการนั้น หรือหญิงหรือเด็กคนใดเขามาเพื่อการเช9นว9านั้น พนักงานเจาที่อาจอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรไดชั่วคราวโดยสั่งใหบุคคลดังกล9าวมารายงานตน และตอบคำถามของพนักงานเจาหนาที่ หรือจะสั่งใหไปรายงานตนและตอบคำถามของเจาพนักงาน ตำรวจ ณสถานีตำรวจทองที่ที่ผูนั้นอาศัยอยู9 ตามระยะเวลาที่พนักงานเจาหนาที่กำหนดก็ได แต9 ระยะเวลาที่กำหนดใหรายงานตนและตอบคำถามตองห9างกันไม9นอยกว9าเจ็ดวันต9อครั้ง
ในการที่พนักงานเจาหนาที่กักตัวคนต9างดาวผูใดไวตามมาตรา ๑๙ให พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจกักตัวคนต9างดาวผูนั้นไดเท9าที่จำเป1นตามพฤติการณ0แห9งกรณี แต9หามมิให กักตัวไวเกินสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต9เวลาที่ผู ถูกกักตัวมาถึงที่ทำการของพนักงานเจาหนาที่ ในกรณีที่มี เหตุจำเป1นจะยืดเวลาเกินสี่สิบแปดชั่วโมงก็ได แต9มิใหเกินเจ็ดวันและใหพนักงานเจาหนาที่บันทึกเหตุ จำเป1นที่ตองยืดเวลาไวใหปรากฏดวย ในกรณีที่มีเหตุจำเป1นตองกักตัวคนต9างดาวผูใดไวเกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให่ยื่นคำรองต9อศาลขอใหมีอำนาจกักตัวคนต9างดาวผูนั้นไวต9อไปอีกได และศาลอาจสั่ง ใหมีอำนาจกักตัวไวเท9าที่จำเป1นครั้งละไม9เกินสิบสองวัน แต9ถาศาลเห็นสมควรจะสั่งใหปล9อยตัวไป ชั่วคราวโดยเรียกประกัน หรือเรียกทั้งประกันและหลักประกันก็ได
ค9าใชจ9ายในการกักตัวคนต9างดาวตามมาตรา ๑๙และมาตรา ๒๐ให เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะที่นำเขามาในราชอาณาจักรเป1นผูเสีย ในกรณีที่ไม9ปรากฏตัว เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะหรือเขามาโดยไม9มีพาหนะใหคนต9างดาวผูนั้นเป1นผูเสีย
ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ตรวจพบว9าคนต9างดาวซึ่งมีลักษณะ ตองหามมิใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๒เขามาในราชอาณาจักรใหพนักงานเจาหนาที่มี อำนาจสั่งใหคนต9างดาวผูนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรไดโดยมีคำสั่งเป1นหนังสือ ถาคนต9างดาวผูนั้น ไม9พอใจในคำสั่ง อาจอุทธรณ0ต9อรัฐมนตรีได เวนแต9กรณีตามมาตรา ๑๒(๑) หรือ
(๑๐) หามมิให อุทธรณ0 คำสั่งของรัฐมนตรีใหเป1นที่สุด แต9ถารัฐมนตรีมิไดมีคำสั่งภายในเจ็ดวันนับแต9วันยื่นอุทธรณ0 ใหถือว9ารัฐมนตรีมีคำสั่งว9าคนต9างดาวผูนั้นไม9เป1นผูตองหามมิใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การอุทธรณ0 ใหยื่นต9อพนักงานเจาหนาที่ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต9เวลาที่ได ทราบคำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ และใหทำตามแบบและเสียค9าธรรมเนียมตามที่ กำหนดใน กฎกระทรวง เมื่อคนต9างดาวยื่นอุทธรณ0แลวใหพนักงานเจาหนาที่รอการส9งตัวคนต9างดาวผูนั้น ออกไปนอกราชอาณาจักรไวจนกว9าจะไดมีคำสั่งของรัฐมนตรีในกรณีนั้น ในระหว9างดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ หรือระหว9างรอฟ4งคำสั่งของ รัฐมนตรี แลวแต9กรณี ใหนำมาตรา ๑๙วรรคหนึ่งมาใชบังคับโดยอนุโลมแต9มิใหนำมาตรา ๒๐มาใช บังคับดวย
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- แก้การแสดงผลแล้ว · รอเทียบราชกิจจานุเบกษา · พบความเพี้ยน ๓๒,๐๒๔ จุด"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน