มาตรา ๖๙
หมวดที่๔ คณะกรรมการสิทธิบัตร
มาตรา ๖๖–๗๔ · ๘ มาตรา
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งหรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นใน ระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้ รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้ แล้ว กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือ (๖)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุมถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑)ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ (๒)วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีเกี่ยวกับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรตาม มาตรา ๔๑มาตรา ๔๕มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๕มาตรา ๖๕ฉหรือมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๔๕มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๗๒ (๓)ปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๔)พิจารณาเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรหรือนุสิทธิบัตรตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอความเห็น ต่อคณะกรรมการและให้นำความในมาตรา ๖๙มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา ๗๒ในกรณีที่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีตามมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๒๘มาตรา ๓๐มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๖๑หรือมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๒๘มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔หรือมาตรา ๖๕เบญจ หรือมาตรา ๖๕ฉหรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๔๙หรือมาตรา ๕๐ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตราดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีถ้าไม่อุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของอธิบดีเป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถ้ามีคู่กรณีให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่ง สำเนาอุทธรณ์ไปยังคู่กรณีด้วย
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙