ประมวลกฎหมายที่ดิน
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๔๙๗๑๔๑ มาตรา๑๑ หัวข้อลำดับ ๕ จาก ๗ ในประมวลกฎหมาย
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับรวมการแก้ไข
- การแก้ไขภายหลัง
- รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
- ลำดับศักดิ์
- ประมวลกฎหมาย
ปรารภ
๙ ประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป คำนิยาม
ในประมวลกฎหมายนี้ “ที่ดิน”หมายความว่าพื้นที่ดินทั่วไปและให้ - ที่ดิน หมายความรวมถึงภูเขาห้วยหนองคลองบึงบางลำน้ำ ทะเลสาบเกาะและที่ชายทะเลด้วย “สิทธิในที่ดิน”หมายความว่ากรรมสิทธิ์และ - สิทธิในที่ดิน ให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย “ใบจอง”หมายความว่าหนังสือแสดงการยอม - ใบจอง ให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว “หนังสือรับรองการทำประโยชน์”หมายความว่า - หนังสือรับรอง หนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำ การทำประโยชน์ ประโยชน์ในที่ดินแล้ว “ใบไต่สวน”หมายความว่าหนังสือแสดงการ -ใบไต่สวน สอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดินและให้หมายความ รวมถึงใบนำด้วย “โฉนดที่ดิน” หมายความว่าหนังสือสำคัญ - โฉนดที่ดิน แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและให้หมายความรวมถึงโฉนด แผนที่ โฉนดตราจองและตราจองที่ตราว่า “ได้ทำ ประโยชน์แล้ว” ๑๐ “การรังวัด” หมายความว่าการรังวัดปักเขต - การรังวัด และทำเขตจดหรือคำนวณการรังวัดเพื่อให้ทราบที่ตั้ง แนวเขตที่ดินหรือทราบที่ตั้งและเนื้อที่ของที่ดิน “การค้าที่ดิน”๓(ยกเลิก) - ทบวงการเมือง “ทบวงการเมือง”๔หมายความว่า
(๑) ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น (๒)หน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการ - คณะกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่าเจ้า - พนักงาน พนักงานซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้ เจ้าหน้าที่ และพนักงานอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม ประมวลกฎหมายนี้ - อธิบดี “อธิบดี”หมายความว่าอธิบดีกรมที่ดิน “รัฐมนตรี” หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษา - รัฐมนตรี การตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ๓ ๔ และตามประมวลกฎหมายนี้
ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ที่ดินของรัฐ บุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือว่าเป็นของรัฐ
บุคคลย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินใน ที่ดินเอกชน (กรรมสิทธิ์ในที่ดิน) กรณีต่อไปนี้ (๑)ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมายก่อน วันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับหรือได้มาซึ่งโฉนด ที่ดินตามบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ (๒)ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วย การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพหรือกฎหมายอื่น
ภายใต้บังคับมาตรา ๖บุคคลใด ที่ดินเอกชน ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดิน ก่อนวันที่ประมวล (สิทธิครอบครอง) กฎหมายนี้ใช้บังคับให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและให้ คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย
นับตั้งแต่วันที่ประกาศของ การโอนต้องจด คณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับการโอนกรรมสิทธิ์หรือ ทะเบียน สิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมีโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ใดมีความประสงค์เวนคืนสิทธิใน เวนคืนสิทธิ ๕ กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๒ ที่ดินให้แก่รัฐให้ยื่นคำขอเวนคืนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้แก่รัฐ ตามมาตรา ๗๑
นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะ การทอดทิ้งไม่ทำ ปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับบุคคลใดมีสิทธิในที่ดินตามโฉนด ประโยชน์ ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หากบุคคล นั้นทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือปล่อยที่ดินให้ เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเกินสิบปี - กรณีโฉนด ติดต่อกัน (๒)สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำ -กรณีหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ ประโยชน์เกินห้าปีติดต่อกัน ให้ถือว่าเจตนาสละสิทธิในที่ดินเฉพาะส่วนที่ การดำเนินการ ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือที่ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่าง ของรัฐ เปล่าเมื่ออธิบดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลและศาลได้สั่งเพิก ถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้ที่ดินนั้นตก เป็นของรัฐเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายนี้ ต่อไป
(ยกเลิก) ๖ ๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๗
บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณ การดูแลรักษา สมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ที่สาธารณสมบัติ ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้อธิบดีมี ของแผ่นดิน อำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกัน ได้ตามควรแก่กรณีอำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะ มอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้ ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การถอนสภาพ สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของ หรือการโอนเพื่อ แผ่นดินโดยเฉพาะหรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือ ใช้อย่างอื่นที่ สงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจถูก สาธารณประโยชน์ หรือที่ดินที่ใช้เพื่อ ถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือ แผ่นดินโดยเฉพาะ นำไปจัดเพื่อประชาชนได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันถ้าทบวง ที่ดินสาธารณ การเมือง รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนจัดหาที่ดินมาให้ ประโยชน์ พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้วการถอนสภาพหรือโอน ประชาชนใช้ ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติแต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ประโยชน์ในที่ดินนั้นหรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยนสภาพไป จากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและมิได้ ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจกฎหมายอื่น แล้วการถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ๘ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๔
(๒) ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ที่ดินที่ใช้เพื่อ โดยเฉพาะหรือที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตาม ประโยชน์ของ ความต้องการของทบวงการเมืองใดถ้าทบวงการเมือง แผ่นดิน นั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป โดยเฉพาะ เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแล้วคณะรัฐมนตรี จะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือ จัดหาประโยชน์ก็ได้แต่ถ้าจะโอนต่อไปยังเอกชนให้ กระทำโดยพระราชบัญญัติ และถ้าจะนำไปจัดเพื่อ ประชาชนตามประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา การตราพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา การออกกฎหมาย ตามวรรคสองให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้าย พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใด การนำที่ดินของ มีสิทธิครอบครองหรือที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน รับขึ้นทะเบียน ซึ่งได้ถอนสภาพตามมาตรา ๘(๑) แล้วรัฐมนตรีมี อำนาจที่จะจัดขึ้นทะเบียนเพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ ประโยชน์ในราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ๙ ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๕ กำหนดในกฎกระทรวง ก่อนที่จะจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้มี ขั้นตอนการนำขึ้น การรังวัดทำแผนที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่ ทะเบียน ประกาศการจัดขึ้นทะเบียนให้ราษฎรทราบมีกำหนด สามสิบวันประกาศให้ปิดในที่เปิดเผย ณสำนักงาน ที่ดินที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการ กำนันและในบริเวณที่ดินนั้น การจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้รัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีแผนที่แนบท้าย ประกาศด้วย
ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของ การออกหนังสือ แผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ สำคัญสำหรับ ของแผ่นดินโดยเฉพาะอธิบดีอาจจัดให้มีหนังสือ ที่หลวง(น.ส.ล.) สำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อแสดงเขตไว้เป็นหลักฐาน แบบหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือสำคัญ หลักเกณฑ์ สำหรับที่หลวงให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงฉบับที่๒๕(พ.ศ.๒๕๑๖)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ กฎกระทรวงฉบับที่๒๖(พ.ศ.๒๕๑๖)และฉบับที่๔๕(พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๑๖ ที่ดินตามวรรคหนึ่งแปลงใดยังไม่มีหนังสือ สำคัญสำหรับที่หลวงเขตของที่ดินดังกล่าวให้เป็นไป ตามหลักฐานของทางราชการ
ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการ การหวงห้ามที่ดิน เหมืองแร่และการป่าไม้ที่ดินของรัฐนั้นถ้ามิได้มีสิทธิ ครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่ แล้วห้ามมิให้บุคคลใด (๑)เข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการ ก่นสร้างหรือเผาป่า (๒)ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือ ข้อห้ามกระทำ ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ใน บริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม ในราชกิจจา นุเบกษาหรือ (๓)ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ ทรัพยากรในที่ดิน
(ยกเลิก) คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ ๑๐๙/๒๕๓๘ลงวันที่๑๖มีนาคม๒๕๓๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศหวงห้ามลงวันที่๒๑ พฤษภาคม๒๕๒๓ มาตรา ๙ทวิถูกยกเลิกและบัญญัติมาตรา ๙/๑แทนโดยแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๑๑)พ.ศ.๒๕๕๑ ๑๗
ให้ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙เสีย อัตราค่าตอบแทน ค่าตอบแทนเป็นรายปีให้แก่เทศบาลองค์การบริหาร มาตรา ๙ ส่วนตำบลกรุงเทพมหานครเมืองพัทยาหรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งที่ที่ดินที่ ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ยกเว้นองค์การบริหารส่วน จังหวัด๑๒ ทั้งนี้ ตามวิธีการและอัตราที่กำหนดใน ข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชี ท้ายประมวลกฎหมายนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด การแบ่ง แบ่งค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่งให้แก่องค์การ ค่าตอบแทน บริหารส่วนจังหวัดในอัตราร้อยละสี่สิบของค่าตอบแทน ที่ได้รับภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเพื่อ เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้ ค่าตอบแทนส่วนที่เหลือตกเป็นรายได้ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ในกรณีที่ที่ดินดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตขององค์การ มาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับ ที่ ๑๑)พ.ศ.๒๕๕๑ให้ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙แห่งประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ (ฉบับที่ ๑๑)ใช้บังคับเสียค่าตอบแทนตามมาตรา ๙ทวิ แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่๓๓๔ลงวันที่ ๑๓ธันวาคมพ.ศ.๒๕๑๕จนกว่าการอนุญาตจะสิ้นสุดลง ๑๒ ๑๘ บริหารส่วนจังหวัดให้ค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ทั้งหมด
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมี การจัดหา สิทธิครอบครองและมิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผลประโยชน์ อันราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้นให้อธิบดีมีอำนาจ ในที่ดินของรัฐ จัดหาผลประโยชน์ในการจัดหาผลประโยชน์ให้ รวมถึงจัดทำให้ที่ดินใช้ประโยชน์ได้ซื้อขายแลกเปลี่ยน ให้เช่า และให้เช่าซื้อ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดหาผลประโยชน์ให้ หลักเกณฑ์ กำหนดโดยกฎกระทรวง* แต่สำหรับการขายการ แลกเปลี่ยน และการให้เช่าซื้อที่ดินต้องได้รับอนุมัติ จากรัฐมนตรี การดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ตามความ ข้อคำนึงถึง ในมาตรานี้ให้คำนึงถึงการที่จะสงวนที่ดินไว้ให้อนุชน อนาคต รุ่นหลังด้วย
การจัดหาผลประโยชน์ซึ่งที่ดิน การมอบหมายให้ ของรัฐตามนัยดังกล่าวมาในมาตราก่อนนี้รัฐมนตรีจะ ทบวงการเมืองอื่น มอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่ นเป็นผู้ จัดหา เป็นผู้จัดหา ผลประโยชน์สำหรับรัฐหรือบำรุงท้องถิ่นก็ได้ ทั้งนี้ ประโยชน์ * กฎกระทรวงฉบับที่๑๑(พ.ศ.๒๕๐๐)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๑๙ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง*
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมี การขอสัมปทาน สิทธิครอบครองรัฐมนตรีมีอำนาจให้สัมปทานให้ หรือให้ใช้ในระยะเวลาอันจำกัด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง** บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนถึง กฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบท ตั้งสำนักงานที่ดิน แห่งประมวลกฎหมายนี้ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้ง จังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดขึ้น จังหวัดใดมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งที่ทำการ ตั้งสำนักงานที่ดิน ที่ดินมากกว่าหนึ่งแห่งให้รัฐมนตรี มีอำนาจจัดตั้ง สาขา สำนักงานที่ดินสาขาขึ้นโดยให้สังกัดอยู่ในสำนักงาน ที่ดินจังหวัด การจัดตั้ งสำนักงานที่ ดินจังหวัดและ สำนักงานที่ดินสาขาให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา * กฎกระทรวงฉบับที่๑๑(พ.ศ.๒๕๐๐)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ** กฎกระทรวงฉบับที่๑๒(พ.ศ.๒๕๐๐)แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่๑๓(พ.ศ.๒๕๐๓)และฉบับที่๒๐(พ.ศ.๒๕๑๕)ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๒๐
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน