มาตรา ๔
ในกฎกระทรวงนี้ “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า ภัยอันเกิดจากการรบบริเวณชายแดนซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชน และถึงขนาดที่ผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ
ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจาก มีเหตุสุดวิสัย มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตามกฎกระทรวงนี้
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน และผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ให้ผู้ประกันตนดังกล่าว มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับ ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน แล้วแต่กรณี แต่รวมกันไม่เกิน หนึ่งร้อยแปดสิบวันต่อเหตุสุดวิสัยแต่ละครั้ง ท้องที่เกิดเหตุสุดวิสัยและระยะเวลาของเหตุสุดวิสัยที่ผู้ประกันตนจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดโดยคำนึงถึง เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่ทางราชการประกาศกำหนด
ในกรณีที่ผู้ประกันตนตามข้อ ๓ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยในกรณีอื่นที่มิใช่ตามกฎกระทรวงนี้ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยตามกฎกระทรวงนี้ด้วย ให้ผู้ประกันตนนั้นได้รับประโยชน์ทดแทน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก ในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยได้เพียงเหตุเดียว โดยให้ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ในช่วงเวลาที่ซ้ำซ้อนกันนั้นตามอัตรา ระยะเวลา และเงื่อนไขที่ดีกว่า
การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามข้อ ๔ ให้จ่ายเป็นรายเดือน สำหรับเศษของเดือนให้คำนวณจ่ายเป็นรายวัน และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับ แก่การคำนวณค่าจ้างรายวันเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานด้วยโดยอนุโลม
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙