arnon.work

พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงพิษณุโลก กับกำหนดเขตอำนาจและวันเปิดทำการของศาลแขวงนครไทย ในจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๘ มาตราลำดับ ๒๔ จาก ๑๕๕ ในพ.ศ. ๒๕๕๐–๒๕๕๙

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงพิษณุโลก กับกำหนดเขตอำนาจ และวันเปิดทำการของศาลแขวงนครไทย ในจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงพิษณุโลก กับกำหนดเขตอำนาจและ วันเปิดทำการของศาลแขวงนครไทย ในจังหวัดพิษณุโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๓ วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธี พิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจ ศาลแขวงพิษณุโลก กับกำหนดเขตอำนาจและวันเปิดทำการของศาลแขวงนครไทย ในจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๘”

  2. มาตรา ๒

    พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. มาตรา ๓

    ให้ศาลแขวงพิษณุโลก มีเขตอำนาจในอำเภอเนินมะปราง อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอบางระกำ อำเภอพรหมพิราม อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอวังทอง และอำเภอวัดโบสถ์ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๒๑ ก

  4. มาตรา ๔

    ในจังหวัดพิษณุโลกให้มีศาลแขวงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศาล คือ ศาลแขวงนครไทย มีเขตอำนาจในอำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทย

  5. มาตรา ๕

    ให้เปิดทำการศาลแขวงนครไทยตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

  6. มาตรา ๖

    ในระหว่างที่ยังมิได้เปิดทำการศาลแขวงนครไทยตามมาตรา ๕ให้ศาลแขวงพิษณุโลก มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตอำนาจของศาลแขวงนครไทยด้วย

  7. มาตรา ๗

    บรรดาคดีของท้องที่อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทย ซึ่งค้างพิจารณา อยู่ในศาลแขวงพิษณุโลกในวันเปิดทำการศาลแขวงนครไทยตามมาตรา ๕ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไป ในศาลแขวงพิษณุโลก บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลแขวงพิษณุโลกมีคำสั่ง ให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลแขวงนครไทย ให้ศาลแขวงพิษณุโลกมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป

  8. มาตรา ๘

    ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๒๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนมากขึ้น และมีคดีความเข้ามาสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงพิษณุโลกซึ่งเป็นศาลแขวงที่มีอยู่แล้ว ในจังหวัดพิษณุโลกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอเมืองพิษณุโลกกับอำเภอ ชาติตระการและอำเภอนครไทยมีระยะทางห่างไกลกัน ทำให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้เกี่ยวข้องไม่ได้รับ ความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางไปติดต่อกับศาลแขวงดังกล่าว สมควรจัดตั้งศาลแขวงนครไทยเพิ่มขึ้น ในจังหวัดพิษณุโลก โดยแบ่งเขตอำนาจบางส่วนของศาลแขวงพิษณุโลกไปเป็นเขตอำนาจของศาลแขวงที่จะ จัดตั้งใหม่ และให้เปิดทำการได้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ในการนี้สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจ ศาลแขวงพิษณุโลกให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน