arnon.work

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๕๒ มาตราลำดับ ๓ จาก ๒๗ ในกระทรวงมหาดไทย

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๕
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มีผลบังคับใช้ โดย พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายตามบัญชี ๑(ลำดับที่ ๒๙)ท้าย พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙จะต้องดำเนินการประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกอบตามความในมาตรา ๑๐๙และมาตรา ๑๓๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙

  1. มาตรา ๑

    กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ทางพินัยในกรณีความผิดเกี่ยวกับสมาคม ตามความในมาตรา ๕๑มาตรา ๕๓มาตรา ๕๔มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๗ในกรณีความผิดเกี่ยวกับมูลนิธิ ตามความในมาตรา ๖๓มาตรา ๖๔และมาตรา ๖๗ และในกรณีความผิดเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสมาคมหรือมูลนิธิ ตามความในมาตรา ๖๙ ประกอบความในมาตรา ๓๖แห่งพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙

    (๑) เจ้าพนักงานปกครอง หรือนิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัด สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครองสำหรับในกรุงเทพมหานคร

    (๒) เจ้าพนักงานปกครอง หรือนิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัด ที่ทำการปกครองจังหวัด เฉพาะในพื้นที่ของตน สำหรับในจังหวัดอื่น

  2. มาตรา ๒

    กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๑(๑) -

    (๒) เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดทางพินัยในกรณีความผิดเกี่ยวกับสมาคม ตามความในมาตรา ๔๙มาตรา ๕๒และมาตรา ๕๙ ในกรณีความผิดเกี่ยวกับมูลนิธิ ตามความในมาตรา ๖๐และมาตรา ๖๒และในกรณีความผิดเกี่ยวกับ การดำเนินกิจการของสมาคมหรือมูลนิธิ ตามความในมาตรา ๖๙ประกอบความในมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔มาตรา ๓๕มาตรา ๓๗มาตรา ๓๘มาตรา ๓๘/๑และมาตรา ๔๑แห่งพระราชบัญญัติ กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ ทั้งนี้ ในการพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัย ต้องทำเป็นองค์คณะประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งมีหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคนและองค์คณะอีกไม่น้อยกว่า สองคนตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๘สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๑๖ง/หน้า ๑๗/๕กันยายน๒๕๖๖

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน