arnon.work

มาตรา ๑

มาตรา ๑

กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ทางพินัย ตามความในมาตรา ๗๘มาตรา ๗๙มาตรา ๘๐มาตรา ๘๑และมาตรา ๘๒แห่งพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ในกรุงเทพมหานคร

(๑) ผู้อำนวยการสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์

(๒) ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ หรือนิติกรชำนาญการพิเศษ (๓)ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจและส่งเสริมสถานประกอบกิจการหรือนักวิชาการวัฒนธรรม ชำนาญการพิเศษ

มาตรา ๒

กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ทางพินัย ตามความในมาตรา ๗๘มาตรา ๗๙มาตรา ๘๐มาตรา ๘๑และมาตรา ๘๒แห่งพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑เฉพาะในพื้นที่ของตน สำหรับในจังหวัดอื่น

(๑) วัฒนธรรมจังหวัด หรือข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

(๒) ข้าราชการตำรวจ ซึ่งดำรงตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป สังกัดตำรวจภูธรภาค ๑- ๙และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดชายแดนภาคใต้

(๓) เจ้าพนักงานปกครองหรือนิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

มาตรา ๓

ในการพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑ หรือข้อ ๒ต้องทำเป็นองค์คณะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งมี หัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน และองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดี กรมส่งเสริมวัฒนธรรมวัฒนธรรมจังหวัดผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑- ๙และศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดชายแดนภาคใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๖พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๖ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๙๗ง/หน้า ๓๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๖๖

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙